องก์๑

ฉากที่ ๑

แม้เลือกเกิดได้บ้านเสน่ห์จันทร์

เวลา

หัวค่ำ

บรรยากาศ

ฝนตกพรำ เหงาหงอย

ตัวละคอน

Block 1.1 ใบพร ละม่อม  พริ้ง  ศรี  สายพิณ  ต้อย

Block 1.2 สายพิณ ศรี  พริ้ง 

Block 1.3  ศรี  สายพิณ  ต้อย   ใบพร  พริ้ง

Block 1.4 ต้อย  ใบพร  สายพิณ

อุปกรณ์

ไหมพรมถักพร้อมที่ถัก   ร่มละม่อม  ธูปเทียนดอกไม้ พวงมาลัย ไม้ขีด  ไพ่หนึ่งสำรับ  บุหรี่  ตลับแป้งผัดหน้า  ลิปสติก  วิทยุทรานซิสเตอร์  หนังสือเพลงลูกทุ่ง 

เสื้อผ้า

ใบพรสวมชุดคลุมท้องแขนกุด   ละม่อม เสื้อลูกไม้ผ้าซิ่นคาดเข็มขัดทอง   ตัวอื่นๆสวมกระโปรงกลางคืนสีฉูดฉาดให้เหมาะกับบุคคลิกของแต่ละคน  ศรีสวมชั้นในสีแดงสด

 

เริ่มการแสดง                                                       Block 1.1

 

ตัวละคอน

บทเจรจา  (เน้นบทแสดงในวงเล็บ)

เทคนิคที่เกี่ยวข้อง

 

 

แสงมืดสนิททั่วโรงละคอน แล้วจะมีเสียงเหมือนรถไฟสายหนึ่งเคลื่อนตัวออกจากสถานีหัวลำโพง  เริ่มจากแผ่วหวิวแล้วแรงขึ้นๆตามลำดับ  เสียงนั้นเริ่มผสมปนเปไปกับเสียงฝนตกฟ้าคะนองข้างนอกรถ อาจมีเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าบ้างเป็นระยะๆ เสียงนั้นมีความยาวประมาณสามนาที แล้วค่อยๆอ่อนลงจากนั้นจะแทรกด้วยเสียงบรรยาย (ออฟซีนเสียงผู้ชายผู้บรรยาย) ดุจเป็นมัคคุเทศก์นำผู้ชมข้ามมิติไปสู่อีกมุมหนึ่งของชีวิต....

เสียง

ผู้บรรยาย

ท่านผู้โดยสารครับ...ขณะนี้ท่านกำลังเดินทางไปกับเรา รถไฟสายนี้จะนำท่านย้อนกลับไปในอดีตสักสามสิบปีที่ผ่านมา ณ อำเภอปากน้ำโฟ จังหวัดนครสวรรค์ ที่นั่น...เราจะพาท่านไปเยือน บ้านเสน่ห์จันทร์ ไปสัมผัสกับอีกมุมหนึ่งของชีวิตหญิงสาวทั้งกลุ่มซึ่งไม่สามารถจะเลือกเดินไปในทางที่ดีที่สุดตามที่พวกเธอได้ฝันกันไว้  เมื่อเป็นดังนั้นพวกเธอจึงต้องเผชิญกับความจริงที่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้  นั่นคือความขมขื่นและโหดร้าย  ในขณะที่วิถีชีวิตของพวกเธอกลับถูกมองในทางเสื่อมเสียน่ารังเกียจ แถมบางครั้งยังน่าหัวเราะสำหรับคนทั่วไปในสังคม พวกเธอเหล่านั้นต่างเลี้ยงปากท้องด้วย อาชีพที่เก่าแก่ที่สุดในโลก  อาชีพที่ทั้งเราและท่านต่างก็หวังกันว่า สักวันมันจะสิ้นสูญไปจากแผ่นดินไทยผืนนี้  ไม่จำเป็นหรอกครับ ไม่จำเป็นต้องตระเตรียมบ่อน้ำตาเอาไว้เพื่อพวกหล่อนหรอกครับ  เราเพียงขอให้ท่านนั่งชมแล้วคิดตามไป  แต่ขอเตือนเอาไว้สักนิดเถอะครับ  ในขณะที่ท่านนั่งชมอยู่ กรุณาจับเก้าอี้ไว้ให้แน่นๆ และแยกแยะให้ออกว่า ระหว่างน้ำตากับเสียงหัวเราะของท่านมันบรรจบพบกัน ณ ตรงจุดใด...

 

 

 

เปิดม่าน... แสงเริ่มจากอ่อนๆ ให้บรรยากาศเหงาๆ อาจมีไฟประกายแฟลชให้ดูประหนึ่งฟ้าแลบเป็นระยะๆ

ใบพร

 

(นั่งอยู่ผู้เดียวบนระเบียงบ้านชั้นบน เธอนั่งถักไหมพรมไปพลาง เหม่อมองฟ้าฝนไปพลาง  เธออยู่ในสภาพตั้งคครรภ์ประมาณหกเจ็ดเดือนแล้ว

ไฟฟอลโล่...เจาะที่ร่างใบพร ให้ความรู้สึกเหมื อนภาพในความคำนึง...

เสียงพริ้ง

(ออฟซีน)

มึงจะเอาลูกไว้ทำไมวะอีพร...ดัดจริตจะมีลูก...แล้วเนี่ยมึงจะมาเป็นกะหรี่ทำไม...หมั่นไส้..

เสียงเข้ามาในจังหวะที่ใบพรลูบคลำท้อง (เสียงที่แทรกเข้ามาอาจบันทึกในสตูดิโอก็ได้)

เสียงสายพิณ

(ออฟซีน)

กรรมของเด็กมันอีพรเอ้ย...พ่อก็ไม่มีแถมยังมามีแม่เป็นกะหรี่อีก คิดให้ดีนะพรไปรีดมันออกซะเถอะใครมันจะว่าฆ่าลูกตัวเองก็ช่างหัวแม่งมันปะไร คิดซะว่าเราทำบุญให้เด็กมันดีกว่า...เชื่อกูเถอะ...

 

เสียงละม่อม

(ออฟซีน)

เอาลูกไว้แล้วมึงจะทำไง ฮึ...ไอ้ชนิดที่ออกมาแล้วเลี้ยงไว้ในบ้านน่ะข้าไม่เล่นด้วยนะอีพร...

 

เสียงสายพิณ

(ออฟซีน)

จะจ้างเขาเลี่ยงน่ะเรอะ เชอะอีดอก แต่ตัวมึงเองยังเอาตัวไม่รอดเล้ย กะแดะอยากจะเลี้ยงลูก กว่ามันจะโตขึ้นมาน่ะ มึงมิหาเงินจนบานเบอะเรอะ อีกะหรี่ไม่รักดี....

 

ใบพร

(สลดใจ น้ำตาเอ่อคลอ)

 

เสียต้อย

(ออฟซีน)

พี่พร...พี่พรจ๊ะ...พี่ท้องแก่ออกอย่างงี้ พี่ยังต้องออกรับแขกอีกหรือจ๊ะ หนูว่ามันอันตรายนะพี่พร หยุดเถอะนะ หนูจะช่วยพี่เอง...

 

เสียงละม่อม

(ออฟซีน)

หยุดรับแขกแล้วมึงจะแดกอะไรเข้าไปล่ะ ดื้อด้านไม่เข้าเรื่องเล้ยอีนี่...เอ้าอยากเอาไว้ก็ตามใจมึง แต่ถ้าเด็กมันออกมาแล้วก็ต้องรีบๆยกให้ใครเขาไปเสียนะ....

 

ใบพร

(กุมท้องอย่างหวงแหน)

 

เสียงศรี

(ออฟซีน)

อยากกลับไปบ้านไหมล่ะพี่พร แม่แกก็ยอมให้พี่กลับแล้วไม่ใช่หรือจ๊ะ...พี่พรไม่มีเงินใช่ไหม เอาเถอะแต่หนูมีนะ พี่เอาของหนูไปก็ได้นะ เงินน่ะเรื่องเล็กสำหรับอีศรีอยู่แล้ว ไม่กี่วันหนูก็หาใหม่ได้

 

ใบพร

(พูดคนเดียว) ไม่...ฉันกลับไม่ได้แล้ว ใครๆเขาก็รู้กันทั่วว่าชั้นมาหาเงินที่นี่ ฉันไม่หน้าด้านพอที่จะอุ้มท้องกลับไป แม่...แม่จ๋า...แม่ให้อภัยแก่หนูด้วย หนูมันเลว หนูมันเลว...(พูดจบใช้มือทั้งสองปิดหน้าร้องไห้)

เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยง...ในจังหวะที่ใบพรพูด...หนูมันเลวครั้งที่สอง

ละม่อม

(ออกจากห้องใดห้องหนึ่งด้านล่าง กางร่มไปยังศาลพระภูมิ จุดธูปเทียนแล้วหยุดบนบานสักครู่หนึ่ง...)

แสงเริ่มสว่างเรืองๆทั่วทั้งฉาก

พริ้ง

(เข้าฉากจากมุมหนึ่ง แล้วมานั่งสูบบุหรี่ตรงเชิงบันได ท่าทางหงุดหงิด)

 

ศรี

(ออกจากห้องหนึ่งด้านล่าง ตรงไปนั่งแต่งหน้าทาปากที่โต๊ะเครื่องแป้ง)

 

สายพิณ

(ออกจากห้องหนึ่งด้านบนพร้อมไพ่หนึ่งสำรับ หงุดหงิด หล่อนออกมาชะเง้อมองฟ้าฝนแล้วบ่นพึมพำ) หม้อลอยน้ำอีกแล้วสิกู...ไม่รู้จะตกหาสวรรค์วิมานอะไรกันนักหนา ไม่เป็นอันทำมาหาแดกกัน (กระแทกก้นลงตรงโต๊ะแล้วสับไพ่ไปพลาง)

 

 

ต้อย

(เดินเข้ามา กระแทกตัวนอนบนโซฟาอย่างเบื่อหน่าย อ้าปากหาว ก่อนที่จะเอื้อมมือไปหยิบวิทยุมาปรับหาคลื่น)

เสียงคลื่นวิทยุที่ถูกปรับหาสถานีปะบนกันวุ่นวายในจังหวะที่ต้อยหมุนหาคลื่น

ละม่อม

(กับพริ้ง) พริ้ง...พริ้ง...พริ้งเอ้ย

 

พริ้ง

จ๋า...(ผลุนผันออกมาตามเสียงเรียก แล้วหันไปดุต้อย) เบาๆหน่อยนังนี่ ฟังคนเดียวก็ได้ไม่ต้องเผื่อคนอื่น

 

ละม่อม

ดูบ้านหน่อยนะ จะไปข้างนอกหน่อย ฝนซาก็จะกลับ ไม่มีแขก เบื่อ...

 

พริ้ง

ไปบ่อนป้าเหรียญเหรอแม่...

 

ละม่อม

(พยักหน้ารับ แล้วกางร่มเดินออกไปทางซุ้มประตู)

 

สายพิณ

(ชวนศรี)มาเล่นกบกันดีกว่าอีศรี...

Block 1.2

ศรี

(สั่นหัว มองพริ้งอย่างเกรงใจ) เดี๋ยวก็โดนพี่พริ้งแหกเอาหรอก

 

สายพิณ

เฮ้ย...ไม่ด่าหรอกน่า แขกแม่งก็ไม่รู้ว่าไปตายโหงตายห่าที่ไหนกันหมด มา...แก้ง่วง คอยแขก

 

พริ้ง

(หันหลังกลับมาพอดี มองยังสายพิณซึ่งนั่งกรีดไพ่อยู่)

 

สายพิณ

(ยิ้มแหยๆ) แฮ่...เล่นได้มั้ยเพ่...

 

พริ้ง

เชิญเถอะย่ะแม่คุณ แต่แขกมาต้องเลิกนะ อ้อแขกมาก็เรียกชั้นด้วยล่ะ(ขึ้นด้านบน เดินผ่านใบพร มองค้อนด้วยความหมั่นไส้แกมสงสาร)

 

ศรี สายพิณ

(นั่งจั่วไพ่กันไปเรื่อยๆ พูดจากันได้ )

Block 1.3

ต้อย

(ปิดวิทยุ แล้วหยิบหนังสือเพลงขึ้นมาเปิดแล้วร้องตามไป) ข่าวคราวเงียบหายไปสองสามปีนึกว่าไปได้ดี โอ้ศรีน้องมาขายตัว....

เสียงเพลงลูกทุ่งจากวิทยุดับไปเมื่อต้อยปิด

ศรี

(มองค้อนมายังต้อย แล้วเล่นไพ่ต่อไป)

 

ต้อย

พ่อแม่อยู่นาให้พี่มาตามหาจนทั่ว มาพบสภาพทูนหัวขายตัวมั่วชายในบาร์...

 

ศรี

(หัวเสีย) หนวกหูโว้ย...

 

สายพิณ

(โบกมือห้าม) เฮ้ย...ช่างมันเถอะน่าอีศรี

 

ต้อย

(ร้อง แล้วลอยหน้ายั่วศรี) โอ้เป็นเพียงนี้เชียวหรือแฟนเรา ศรีไม่น่ามัวเมา กลิ่นคาวน้ำกามกามา พี่ต้องตะลึง คาดไม่ถึงว่าศรีจะกล้า ติดเบอร์เขียนคิ้วเขียนตา ในตู้กระจกติดแอร์....

 

ศรี

(ตวาดลั่น มองอย่างดุดัน) อีต้อย มึงจะหยุดเห่าหอนซะทีได้มั้ย...

 

สายพิณ

(สะกิดศรี) ตาเอ็งแล้วอีศรี มึงอย่างไปสนมันเลยน่ะ (หยิบน้ำในขวดบนโต๊ะมากลั๊วคอแล้วบ้วนทิ้งในกระโถนใต้โต๊ะ)

 

ศรี

(อารมณ์ไม่ค่อยดี) แหม...อีห่านี่ก็...ไม้รู้จะรีบไปหาผัวที่ไหนกัน(เล่นต่อแบบหัวเสีย)

 

ต้อย

(ร้องต่อ) บอกกับพี่ดีๆศรีจ๋า ชายที่เจ้าตามมาหรือแมงดาฉุดมากันแน่ ที่หลอกทูนหัวมาขายตัวที่ในห้องแอร์ หรือศรีเต็มใจกันแน่ ดูเปลี่ยนแปรเป็นคนละคน.(ลอยหน้ายั่วเย้าศรี)

 

สายพิณ

(ประกบตัวกินอย่างไม่ตั้งใจ) เสร็จกูล่ะอีศรี

 

ศรี

(ปาไพ่ลงอย่างหัวเสีย ลุกขึ้นมายังต้อย) กูบอกให้มึงหยุดไม้ได้ยินหรือไง อีต้อย...

 

ต้อย

(ร้องต่อไปไม่ใส่ใจ) กลับนาเถอะศรีหนีไปด้วยกัน แล้วไปสร้างสวรรค์อยู่นาน้องนางหน้ามล อย่าหลงไฟแดง(ในจังหวังที่โดนถีบ)

 

ศรี

นี่แน่ะมึง...หลงไฟแดง สะใจมั้ยล่ะ (ถลกกระโปรงถีบต้อยตกจากโซฟา เผยให้เห็นกางเกงในสีแดงสด)

เสียงซาวด์เอฟเฟคในจังหวะที่ศรีถีบต้อย

ต้อย

มึง...อีศรี...

 

ใบพร

(ผลุนผลันลงมาจากด้านบน) พอเถอะอย่ามีเรื่องกันเลย

 

ศรี

กูบอกให้หยุดเสือกไม่หยุดนี่ แหกปากร้องอยู่ด้าย รำคาญฉิบหายเลย...(หันหลังกลับไป)

 

ต้อย

(ปราดเข้าจิกผมศรี) มึงจะมากไปแล้วนะ

 

ศรี

(ร้องด้วยความเจ็บ) โอ๊ย...อีต้อย กูเจ็บนะมึง

 

ศรี  ต้อย

(ล้มลงไปหลังโซฟา แล้วตบตีกันนัวเนีย)

เสียงเอฟเฟคตบตีกัน

สายพิณ

(เข้าห้ามโดยเข้าด้านต้อย) พอกันซะทีน่า หยุด ไม่เอาเลิกกัน ขอที ขอที...

 

ศรี

(เหวี่ยงฝ่ามือเต็มเหนี่ยวหวังตบต้อยแต่พลาดไปโดนสายพิณเต็มเปา) นี่แน่ะพอมั้ย...

 

สายพิณ

(เซถลาไป ลูบคลำแก้มที่โดนตบ) โอ๊ยตายห่าแล้วหน้ากู  อีเวร พวกมึงอยากตบก็ตบกันซะให้พอใจ กูไม่ห้งไม่ห้ามแม่งแล้ว...

 

ใบพร

ทำไงดีล่ะพี่ (กับสายพิณ)

 

พริ้ง

(ปราดออกมาตามเสียงเอะอะ) หยุดนะ...กูบอกให้หยุดไม่ได้ยินรึไง....(เสียงแข็งกร้าว)

 

ศรี  ต้อย

(หยุดตีกัน แล้วผละจากกัน ชำเลืองพริ้งอย่างเกรงกลัว แล้วลุกขึ้นยืน ขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่)

 

ต้อย

ก็อีศรีมันมาหาเรื่องหนูก่อน  ร้องเพลงอยู่ดีๆมันก็มาถีบหนู (ทำท่าปวดสะโพก)

 

พริ้ง

(เย็นชามาก เข้ามาระหว่าศรีและต้อย แล้วตวัดฝ่ามือตบหน้าทีละคน) ริยำ...กัดกันเหมือนหมา...จำไว้นะ ทีหลังอย่ากัดกันอีก (กวาดสายตามองคนทั้งหมดอย่างดุดัน  ทุกคนก้มหน้าหลบสายตา)

 

ต้อย

(ทำปากขมุบขมิบด่าศรี)

 

ศรี

(เงื้อมือใส่) จะเอาอีกรึไง อีดอก...

 

ต้อย

ว้าย...ตายแล้วพี่พริ้งช่วยหนูที (วิ่งหลบหลังพริ้ง)

 

พริ้ง

มึงเก่งนักใช่ไหมอีศรี (ปราดเข้าจิกกบาลแล้วตบ)

 

ศรี

โอ๊ยพี่...หนูเจ็บ...หนูเจ็บ...

 

พริ้ง

(ลากตัวศรีเข้าห้องไป ศรีร้องครางตลอดทาง)ไป...อีศรี...คนอย่างมึงไม่เจ็บก็ไม่สะใจหรอก กูจะทำให้มึงหายคลั่งเอง...ไป....

 

ทุกคน

(ขยับตามไปยืนชะเง้อคอมองที่เชิงบันได ด้วยความเสียวสยอง)

เสียงซาวด์เอฟเฟคตบตี

ต้อย

สงสารพี่ศรีเนอะ...ไม่มีแขกทีไรไอ้โรคห่าเนี่ยก็กำเริบทุกทีเลย....(หายโกรธเป็นปลิดทิ้ง)

Block 1.4

ใบพร

ก็ไม่ควรทะเลาะกันเล้ย...กรรมของศรีมัน เวลาอาการบ้าๆนี่กำเริบขึ้นมาทีไร เป็นต้องได้เจ็บตัวทุกที ไม่ทำตัวเองก็โดนพี่พริ้งตี...

 

ต้อย

เฮ้อ...เบื่อว๊อย...เมื่อไรฝนมันจะหยุดซะทีวะ นี่ก็ปาเข้าไปสามทุ่มกว่าแล้ว ยังไม่เจอสักประตูเลย เนี่ย...มีหวังพรุ่งนี้อดดูหนังแหงๆเลย....

 

สายพิณ

อีนี่ก็อีกคน บ้าดูหนังเป็นวรรคเป็นเวรสิน่า...มีเงินน่ะหัดเก็บซะมั่งซี้ อีห่า...เอาแต่ดูหนัง ดูหนัง แล้วไอ้หนุ่มที่มึงนัดกันไปดูหนังน่ะมันแมงดาชัดๆ อย่านึกนะว่ามันจะเอากะมึงจริงจัง อีกะหรี่ไม่เจียมตัว

 

ใบพร

ดูพี่เป็นตัวอย่างสิต้อย เพราะไปหลงรักผู้ชายเลวๆ ทิ้งพ่อแม่หนีตามมันมา แล้วเป็นไง ในที่สุดก็ต้องถูกเขาหลอกมาขายซ่อง  พี่ยังโชคดีนะที่พ้นขุมนรกมาได้ ถึงที่นี่จะเป็นซ่องเหมือนกัน แต่ก็ยังดีกว่าที่ที่พี่เคยอยู่มากมายนัก...

 

สายพิณ

ไม่มีผู้ชายหน้าไหนมันจริงใจกะพวกเราหรอกโว้ยอีต้อย อย่างลืมสิโว้ยว่ากะหรี่อย่างเราน่ะมันของซื้อของขาย ไม่ได้มีไว้ฟันฟรีๆ....

 

ต้อย

(หน้าล่ะห้อย) ก็...มันความสุขของหนูนี่...

 

สายพิณ

(เน้นเสียงประชด) ความสุข เกิดมามึงมีความสุขกะอีแค่พาผู้ชายไปดูหนังเหรอ อีต้อย...

 

ต้อย

(ลอยหน้าเย้ยหยัน) แหม...ก็ยังดีกว่าคนบางคนหรอก มีเงินก็ตะบี้ตะบันซื้อแต่เครื่องสำอางเครื่องประทินโฉม ฮี่โธ่...เห็นพอกจนหนาสิบเอ็ดชั้นแล้ว ก็ไม่เห็นว่ามันจะงามขึ้นมาจากเดิมเล้ย...

 

สายพิณ

(ไม่พอใจ ร้อนตัว) เอ๊ะ...อีนี่วอนซะแล้ว...ยังไม่ถึงใจใช่มั้ย...เดี๋ยวกูตบอีกรอบหรอก (เงื้อมือใส่)

 

ต้อย

ว้าย...ไม่เอา....(หลบหลังใบพร)

 

ใบพร

นี่พอเถอะน่ะ...ถ้าว่างนักก็มาช่วยกันจัดของหน่อย แม่มาจะโดนด่ากันหมดหรอก (ขยับโซฟา)

 

ต้อ ย

อุ๊ย...ไม่ต้องจ๊ะพี่พร เดี๋ยวหนูจัดการเองนะ (จัดการกับโซฟาให้เข้าที่)

 

ใบพร

(นั่งพักตรงโซฟาแล้วคลำท้อง)

 

ต้อย

(นั่งลงข้างๆเห็นใจใบพร) พี่พร...พี่ยังไม่หยุดรับแขกอีกเหรอ ท้องโตมากแล้วนะพี่...

 

ใบพร

ทำไงได้ล่ะต้อย  พี่ไม่มีทางเลือกเลย ถ้าหยุดรับแขกแล้วพี่จะเอาอะไรกิน เนี่ย...ท้องพี่โตขึ้นมาทุกวันๆพี่ก็ยิ่งลำบาก ไหนจะเรื่องตัวเอง ไหนจะเรื่องลูกอีก เป็นทุกข์ไปเสียหมด พี่กลุ้มจังเลยต้อย...

 

สายพิณ

รู้ทั้งรู้ว่าจะต้องลำบากอย่างงี้ ยังจะปล่อยให้มันโย้ออกมาด้าย...แม่แกบอกให้ไปรีดซะก็ไม่ฟัง อย่างงี้แล้วมึงจะมารำพึงหาสวรรค์อะไรวะอีใบพร...

 

ใบพร

(เสียงสั่นพร่า ปวดร้าว) จะให้หนู...ฆ่าลูก...หนู...หนู...ทำไม่ลงหรอกจ๊ะพี่สาย....

 

สายพิณ

เชอะ...นังกะหรี่แม่พระแห่งซ่องเสน่ห์จันทร์

 

ใบพร

หนูเองก็ไม่อยากให้เขาเกิดมาหรอกจ๊ะ แต่ในเมื่อเขาเกิดมาแล้วจะให้หนูทำไงจ๊ะ  เนี่ย...ถ้าเด็กมันรู้ว่าจะต้องมาเกิดในท้องโสเภณีมันคงไม่มาเกิดหรอกจ๊ะพี่สาย....

 

ต้อย

(คลำท้องใบพร) อุ๊ย...อุ๊ย...เขาดิ้นด้วยล่ะพี่พร

 

ใบพร

หมู่นี้เขาดิ้นแทบทุกวันล่ะต้อย ดิ้นจนเจ็บหน้าท้องไปหมด (เปลี่ยนสีหน้ามายิ้มชื่นใจ) แต่พี่ก็มีความรู้สึกอบอุ่นประหลาดๆ รู้แล้วล่ะ ว่าความเป็นแม่คนมันเป็นแบบนี้เอง...

 

ต้อย

พี่พร...พี่หยุดรับแขกเถอะนะ ถ้าพี่จำเป็นใช้เงินเอาที่หนูไปก่อนก็ได้นะพี่ (คลำท้องใบพรอีก) อุ้ย...เขาดิ้นอีกแล้ว แหม...หนูอยากจะมีลูกกะเค๊ามั่งจัง มันคงจะมันดีพิลึกนะพี่....

 

สายพิณ

(สวนทันที) โอ๊ย...อีต้อย...มันน่ะมันแน่ มันเฉพาะตอนทำให้มันเกิดนะ แต่พอมันมุดออกมาดูโลกล่ะแกเอ้ย ปัญหาโลกแตกเชียวล่ะ อยากโง่อย่างนังพรอีกคนรึไง  อีบ้า....(กับใบพร) แล้วนี่แกจะจัดการยังไงต่อไปนังใบพร ถ้าเด็กมันออกมาแล้วน่ะ...

 

ใบพร

หนูยังคิดอะไรไม่ออกเลยจ๊ะพี่สาย....

 

สายพิณ

โอ๊ย...ยังไม่คิดก็ต้องรีบคิดๆซะนะ จะมาเลี้ยงไว้ในบ้านน่ะ แม่แกไม่ยอมแน่  ตัดๆใจยกให้ใครเขาไปซะเถอะแก....

 

ใบพร

(กุมท้องอย่างหวงแหน น้ำตาซึม)

 

สายพิณ

นังพรเอ้ย...(หันกลับออกทางหน้าเวที ก้าวเท้าออกมายืนเด่นอยู่กลางเวทีแล้วพูด) ชั้นอยากจะสมน้ำหน้าแกนัก (พยายามหลบสายตาซึ่งตรงข้ามกับคำพูด) ถามจริงเถอะ แกไม่อายเขาเรอะ ที่ท้องโตหาพ่อให้เด็กไม่ได้เนี่ย...

 

ใบพร

(เย้ยหยัน น้ำตานอง) ผู้หญิงอย่างเราต่างก็หากินอยู่บนความอายอยู่แล้วไม่ใช่หรือจ๊ะพี่สาย แล้วจะต้องไปกลัวมันทำไมกัน  ใช่...เด็กมันเกิดมาไม่มีพ่อก็จริง แต่อย่างน้อยมันก็มีแม่คือหนู....แม้ว่าเขาจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่หนูนี่แหละจ๊ะที่จะเป็นผู้เลือกทางชีวิตให้แก่เขาเอง....

 

สายพิณ

นังพรเอ้ย...ชั้นน่ะเข้าใจแกดี ถ้าเด็กมันเลือกได้มันคงไม่มาเกิดเป็นลูกผู้หญิงอัปรีย์จังไรอย่างพวกเราหรอก  เรามันก็อีพวกเกิดมามีกรรมกันทั้งนั้นแหละวะ แล้วลูกล่ะมันมิยิ่งโชคร้ายไปกว่าหรือ....ก็เพราะชั้นน่ะสงสารแกสงสารเด็ก ถึงได้พูดกะแกเสมอๆว่าอย่าเอามันไว้เลย เกิดมามันจะมีปมด้อยเสียเปล่าๆ แต่แกกลับเห็นฉันเป็นคนอำมหิตใจร้าย (เปลี่ยนอารมร์มาเน้นเสียงกระด้าง) แกอยากให้ลูกมาตกนรกทั้งเป็นอย่างพวกเรารึไง อีพร....

 

ใบพร

(ร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น) สุดแท้แต่เวรกรรมเถอะพี่สาย  หนูยอมแล้ว   หนูยอมแล้ว.....

 

ต้อย

(กอดใบพรพากันร้องไห้) โธ่...พี่พร....

 

สายพิณ

(ขบฟันแน่น ระงับความรู้สึก แสดงความอ่อนแอปะปนมากับสีหน้าเฉยชา)

ไฟฟอลโล่เน้นที่สีหน้าสายพิณ

 

 

ปิดม่าน หรือค่อยๆหรี่ไฟลงจนดับสนิท  แล้วฉายไตเติ้ล บนจอโมนิเตอร์

 

จบฉากที่ ๑

 

องก์๑

ฉากที่ ๒

บ้านเสน่ห์จันทร์   หน้าบ้าน  ในซอย 

เวลา

ค่อนข้างดึก  ต่อเนื่องจากองก์ที่ ๑

บรรยากาศ

ฝนยังคงตกปรอยๆ เสียงหริ่งหรีดเรไร กบเขียดร้องระงม

ตัวละคอน

Block 2.1 ใบพร  ต้อย   

Block 2.2 ใบพร ต้อย ละม่อม

Block 2.3 ปราณี  นงเยาว์  จันทร์ฟอง บัวเกี๋ยง และคนถีบสามล้อ

Block 2.4 ใบพร ละม่อม ปราณี  นงเยาว์  จันทร์ฟอง บัวเกี๋ยง

อุปกรณ์

ไม้กวาด  ขวดเบียร์เปล่าๆ ๕ ๖ ขาว แก้วเบียร์  ยาทาเล็บ  ร่มละม่อม  ร่มปราณี  กระเป๋าปราณี ลังกระดาษหรือชะลอมสามชุด  รถสามล้อถีบ  ตะไบเล็บ  ปลัดขิกหรือสากกระเบือขนาดใหญ่ยักษ์  เงินจำนวน ๓๘๐ บาท  บุหรีปราณี

เสื้อผ้า

ใบพร ต้อย  ละม่อม สวมชุดเดิมจากองก์ก่อน

 ปราณี สวยฉูดฉาดเครื่องประดับแพรวพราว 

นงยาว์ จันทร์ฟอง  บั๋วเกี๋ยง ชุดเพิ่งมาจากบ้านนอกเปิ่นๆ

 

เริ่มการแสดง                                                            Block 2.1

 

ตัวละคอน

บทเจรจา (เน้นบทแสดงในวงเล็บ)     

เทคนิคที่เกี่ยวข้อง

ใบพร

(กำลังบัดกวาดพื้นห้อง เก็บขวดเบียร์ที่เกะกะอยู่ แสดงอาการไม่สะดวกนักเนื่องจากท้องโต สักครู่จึงเริ่มพูดกับต้อย)  เมื่อไหร่แม่เค๊าจะกลับน่ะต้อย นี่ก็ดึกแล้ว แขกคงหมดแล้วมัง  พี่ว่าเราน่าจะปิดบ้านกันได้แล้ว

เสียงหริ่งหรีดเรไรดังผสมมากับเสียงเพลง สาวทุ่งในกรุงเทพ

ต้อย

(ยกขาพาดตรงโต๊ะเครื่องแป้งบรรจงทาเล็บเท้าหรือตะไบไปพลาง)  โอ๊ย...กว่าบ่อนยายเหรียญจะเลิกมิปาไปถึงเช้าหรอกเรอะ  อ้าว...แล้วนี่พี่สายไปไหนเสียล่ะ

 

ใบพร

ออกไปค้างกะแขกที่โรงแรม (พูดพลางปัดกวาดไป)

 

ต้อย

(ทำตาโต) ค้างโรงแรม...ทำไมแขกมันไม่ค้างซะที่นี่ล่ะ หนูล่ะเกลียดจริง เวลาต้องออกไปค้างกะแขกข้างนอก

 

ใบพร

ทำไมล่ะ...เห็นว่าได้พิเศษกันคนละตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ

 

ต้อย

เรื่องเงินน่ะอยากก็อยากได้อยู่หรอกพี่ แต่บางครั้งก็ต้องจำใจไป เพราะแขกบางคนมันไม่ยอมนอนที่นี่ท่าเดียว

 

ใบพร

ทำไมล่ะ...

 

ต้อย

แขกมันบอกว่ามันอาย...เวลาต้องเดินออกไปตอนเช้าๆ

 

ใบพร

อ้าว...แล้วกัน....ทีเวลาเดินเข้ามาไม่ยักอายเนอะ...

 

ต้อย

นั่นน่ะสิพี่...ไอ้พวกผู้ชายนี่มันก็แปล๊กแปลก  (ถอนใจยาว) เฮ้อ...ว่าแต่ว่าคืนนี้ใครๆเขาก็ได้กันแล้วคนละประตูสองประตู  ส่วนหนูสิ...ไม่รู้ว่าคืนนี้จะมีแขกหลงมาอีกไหมหนอ...ป่านนี้แล้วใครเอาไปค้างคืนด้วย สามสิบก็เอาวะ...

 

ใบพร

(ส่ายหน้า) อย่าบ่นไปเล้ยต้อย...ต้อยน่ะยังสาวยังสวยยังจะมีแขกสนใจไปอีกนาน ยังดีกว่าพี่ตั้งหลายเท่า (นั่งพักตรงโซฟา แล้วลูบคลำท้องอย่างกังวล)

 

ต้อย

(เดินมาปลอบใจข้างๆ) พี่พร...ถึงพี่พรจะท้องโย้อย่างงี้ แต่หนูเห็นมีแขกหลายคนยังอยากจะขึ้นห้องกะพี่ถมไป แหม...หนูล่ะอิจฉาดาราประจำบ้านเสน่ห์จันทร์คนนี้จังเลย....ส่วนหนูสิ...ขึ้นห้องทีไรแขกมันก็บ่นทุกที...

 

ใบพร

บ่นอะไรหรือต้อย...

 

ต้อย

(ทำน้อยใจ) มันก็บ่น หาว่าของหนูน่ะลีบเล็กเหมือนหอยแครงหน้าแล้งน่ะสิ...(ถอนใจใหญ่) เฮ้อ ขาประจงประจำก็ไม่ค่อยจะมีกะเขา...รู้งี้หนูไม่มาเป็นมันหรอกไอ้กะหร่งกะหรี่เนี่ย...

 

ใบพร

แล้วคิดยังไงถึงได้มาเป็นล่ะต้อย มีแต่คนเขาอยากจะเลิก แต่ก็ยังเลิกไม่ได้...

 

ต้อย

(ทำท่าเหมือนจะร้องไห้) โธ่พี่...หนู่น่ะเคยมีผัวมาแล้ว มันก็ขี้เหล้าหยำเปพึ่งพาอะไรก็ไม้ได้ หนูก็เลยต้องมาพึ่งตัวเองแบบนี้แหละพี่...

 

ละม่อม

(เดินเข้าทางซุ้มปราตูในจังหวะที่ต้อยพูดจบ ท่าทางหงุดหงิดเพราะเสียไพ่มา)

Block 2.2

ต้อย

(เห็นละม่อม) นั่น...แม่แกมาแล้ว พี่พร...

 

ละม่อม

อยู่กั้นแค่นี้เหรอ...ไปไหนกันหมดล่ะ

 

ต้อย

พี่สายพิณไปค้างกะแขกที่โรงแรมจ๊ะ

 

ละม่อม

(ไม่เชื่อหู) หา...นังสายน่ะเหรอรับแขก...แหม...นานทีปีหนนะอีนังนี่...

 

ใบพร

พี่พริ้งขึ้นห้องค้างคืนกะแขกจ๊ะ...ส่วนศรี...เอ้อ...(ตะกุกตะกักไม่ค่อยมั่นใจ)

 

ละม่อม

(มองเหมือนรู้ทัน) เอาอีกแล้วล่ะสิ...กูสังหรใจตั้งแต่ฝนตั้งเค้าแล้ว (มองต้อย) มีเรื่องกะอีตัวไหนอีกล่ะครานี้

 

ต้อย

(หลบสายตา หวาดๆ) หนูเอง....(ทำตาปริบๆ)

 

ละม่อม

(เรียบเฉย คุ้นเคยเหตุการณ์) คงโดนอีพริ้งถอง สะบักสะบอมไปตามเคยล่ะสิท่า...

 

ใบพร ต้อย

(พยักหน้ารับอย่างไม่สู้ดีนัก) ฮื่อ...จ๊ะแม่...

 

ละม่อม

เอ้า...ไปช่วยกันปิดบ้านเสียสิ คงไม่มีแขกมาแล้วมั้ง (แสดงอารมณ์ค้างจากวงไพ่) แหม...วันนี้ไม่รู้ว่ากูซวยซับซวยซ้อนอะไรกันนักหนา ฝนฟ้าก็ไม่เป็นใจแถมยังต้องไปเสียยุบเสียยับเสียจนนับไม่ถ้วนให้คาสิโน่นังเหรียญมันอีก...ซวยฉิบหาย...(พูดจบเดินเข้าห้องไป)

แสงดับสนิทเฉพาะในตัวบ้านในทันทีที่ใบพรปิดสวิทช์

 

 

Block 2.3

 

 

แสงในซอยนอกรั้วบ้านสว่างขึ้น

ปราณี

(นั่งรถสามล้อถีบเข้ามาจอดหน้าซุ้มประตู และก้าวลงมา หล่อนควักเงินในกระเป๋าจ่ายค่ารถ แล้วยืนชะเง้อมองไปรอบตัว บ่นพึมพำ) กูบอกให้รอตรงนี้แล้วมันหายหัวไปไหนกันหมดวะ อีบ้านนอกพวกนี้ (เมื่อเห็นสามคนเดินเข้ามาจึงตะโกนด่า) อ้าว...แล้วนั่นพวกแกไปไหนกันมายะ ชั้นบอกให้มารอตรงนี้ไม่เข้าใจรึยะ

 

บัวเกี๋ยง

นง จันทร์

(หิ้วของพะรุงพะรังออกมาจากด้านใดด้านหนึ่ง ท่าทางอิดโรยมาก)

เสียงเพลง บ้านทรายทองแว่วมา

บัวเกี๋ยง

โอ้ย...ก็พวกหมู่เฮาก่อเพิ่งมาถึงประเดียวนี้ (กระแทกข้าวของลงแรงๆประชด) ก็ไอ้ห่าสามล้อนั่นมันพาหมู่เฮาไป วกวนตี้ไหนก็บ่ฮู้...กว่าจะหาเจ๊เจอก็แทบต๋ายแน่ะ...

 

ปราณี

เดินสุ่มสี่สุ่มห้าระวังนะยะพวกแก เดี๋ยวโดนฉุดเข้าหลังโรงยาไป จะหาว่าชั้นไม่เตือน

 

สามคน

(พร้อมกัน) หลังโรงยา...มันเป๋นจะได๋เหรอเจ๊จ๋า...

 

ปราณี

ก็มีแต่กะหรี่ถูกๆ ขึ้นห้องครั้งละห้าบาทน่ะสิยะหล่อน

 

สามคน

(อุทานเสียงดัง) ห้าบาท...

 

บัวเกี๋ยง

(สอดขึ้น) เกยได้แค่สามบาทเองกะเจ้า...

 

ปราณี

(ตัดบท) เออ...เข้าห้องก็ไม่มีประตูปิดนะแก ฟูกหมอนก็ไม่มี นอนเอากันบนเสื่อ หลังเขียวเชียวแกเอ้ย...

 

สามคน

(ทำท่าทางเสียวไส้)

 

บัวเกี๋ยง

(มองเข้าไปในบ้าน) อี้กะเจ้า...บ้านทรายทอง ที่เจ๊จะพาหมู่เฮามาหาเงินน่ะ...

 

ปราณี

บ้านเสน่ห์จันทร์ย่ะ...ไม่ใช่บ้านทรายทอง อย่าเพ้อนักเลย นี่แก...นังบัวเกี๋ยง เข้าไปดูทีสิว่ามีใครอยู่บ้าง ได้ข่าวอย่างไรก็มาบอกชั้น...

 

บัวเกี๋ยง

(ทำตามคำสั่ง เข้าไปที่ซุ้มประตู ชะเง้อชะแง้สักครู่หนึ่ง ก็หยิบเอาปลัดขิกขนาดใหญ่ยักษ์ชูใส่หน้าปราณีที่กำลังหันมาพูดกับนงเยาว์และจันทร์ฟอง) บ่อหันมีผู้มีไผเลยเจ๊เจ้า...มีแต่ไอ้เนี่ยแก่นเดียว  บ่อฮู้ว่าเป๋นของไผมาทำตกไว้กะเจ้า  สงกะสัยจะเป๋นของพระภูมิเจ้าตี้ (ยกมือไหว้ประหลกๆ)

 

ปราณี

(ตกใจ) ว้าย...อีนี่ ลามก แกเอาไปไว้ที่เดิมเดี๋ยวนี้มันบาปรู้มั้ย...ไม่ได้เรื่องเลยแก มา...ต้องชั้นเอง...(เดินไปตะโกนเรียกที่หน้าซุ้ม) พี่ม่อม...พี่ม่อมจ๊ะ...

 

บัวเกี๋ยง

(กับเพื่อน เมื่อเห็นว่าในบ้านยังเงียบ) มีหวังกลับไปนอนสถานีรถไฟแหงๆ อีนง อีฟองเอ้ย....

 

ปราณี

หยุดเถอะน่า...แกจะทำงานกันรึเปล่า ถ้าจะทำก็หุบปากซะนังบัวเกี๋ยง (บ่นพึมพำต่อ) ไอ้รถห่านี่ก็ดั้นมาเสียกลางทาง เสียเวลาไปตั้งสามชั่วโมง ดึกดื่นค่อนคืนแล้วใครเขาจะมาเปิดอ้ารับพวกแกอยู่ล่ะ ไม่รู้เพราะพวกแกหรือเปล่าทำให้ชั้นซวยไปหมด...

 

บัวเกี๋ยง

(เกรงๆ) เจ้า...เจ้า...เจินเจ๊ตามสะบ๋ายเต๊อะเจ้า ส่วนเปิ้นทั้งสามตั๋วเนี่ยจะอยู่เจ๋ยๆเจ้า...

 

ปราณี

(ตะโกนซ้ำ) พี่ม่อมจ๊ะ พี่ล่ะม่อม (บ่นพร้อมจับเสื้อผ้า) ดูสิ เปียกแฉะยังกะหมาตกน้ำ

 

บัวเกี๋ยง

(สอด) ถ้าเจ้เป๋นหมาตกน้ำ พวกหมู่เฮาเนี่ยก่อคงเป๋นลูกหมาตกน้ำใจ่ก่อเจ้า...ก็สูมีจ้องกันเบ่อเริ่ม แต่หมู่เฮาบ่มีสักกันเลย (ชี้ที่ร่มคันใหญ่ของปราณี)

 

ปราณี

(โมโหเงื้อมือใส่บัวเกี๋ยง บัวเกี๋ยงหลบ) เอ้...อีนังนี่

แสงในบ้านสว่างขึ้น

ละม่อม

(ออกมาตะโกนถาม) ใครน่ะ...มาหาใคร...

Block 2.4

ปราณี

(ลดมือลงแล้วเปลี่ยนอารมณ์มายิ้มกับละม่อม) ชั้นปราณีไงจ๊ะแม่ละม่อม แหม...จำเอเย่นต์ใหญ่ไม่ได้รึ

 

ละม่อม

อ๋อ...แม่ปราณีน่ะเอง แหมหายหน้าไปซะนาน มา...เข้ามาก่อนสิ (พาคนทั้งหมดเข้าไปด้านใน ใบพรงัวเงียขี้ตาติดตามออกมาด้วย)

ดับแสงไฟในซอยด้านนอกเพื่อเน้นภายในบ้าน

ปราณี

(นั่งลงตรงเก้าอี้ตัวหนึ่ง) ชั้นพาเด็กจากทางเหนือมาฝากพี่ม่อมจ๊ะ มารถด่วยเชียงใหม่ ไอ้รถเจ้ากรรมก็ดั้นมาเสีย ก็เลยต้องมารบกวนดึกๆดื่นๆ  ต้องขอบใจพี่ม่อมด้วยนะจ๊ะที่อุตส่าห์ แหกขี้ตา...เอ้ย...ตื่นมารับ (พูดทีเล่นทีจริง) เอ๊ะ...ทำไมวันนี้พี่ม่อมดูเครียดจัง เสียไพ่มาเหรอ....

 

ละม่อม

(ตัดบท เรียบเฉย) ไหน...เด็กสามคนนี้น่ะเหรอที่เธอเอามาจากทางเหนือ (มองที่สามคน )

 

ปราณี

อุ้ย...สองคนจ๊ะคุณพี่  ส่วนนังบัวเกี๋ยงน่ะมันไม่ใช่ผู้หญิงหรอกจ๊ะ มันหนีพ่อแม่มันมา มันบอกชั้นนะว่าความฝันอันสูงสุดของมันก็คือ อยากจะเป็นกะหรี่จ๊ะ ไอ้ชั้นน่ะสงสารก็เลยพามันมาด้วย เผื่อบ้านไหนจะเอาไปก็เอา ถ้าไม่มีใครอยากได้ก็ไม่เป็นไร เพราะชั้นกะว่าจะพามันล่องกรุงเทพด้วย  ยุคนี้น่ะแถวริมคลองหลอดหรือโคนมะขามสนามหลวงเขากำลังนิยมผู้หญิงอย่างนังบังเกี๋ยงกันจะตายไป พี่ม่อมน่ะไม่รู้อะไร (ว่าแล้วก็หัวเราะร่วน)

 

ละม่อม

(เดินมามองเด็กใกล้ๆ) ไหนเงยหน้าขึ้นสิ(พิจารณาแล้วถามปราณีเสียงเรียบเหมือนถามราคาเนื้อในตลาด) แพงมั้ย...

 

ปราณี

อุ้ย...ไม่แพงหรอกจ๊ะ เด็กยังใหม่เอี่ยมเรี่ยมเร้ออกอย่างงี้ ดูหน้ามันสิพี่ นี่ขนาดยังไม่พอกรองพื้นยังใสแจ๋วยังกะลูกแตงโมเชียว ถ้าพี่ม่อมจะเอาชั้นคิดแค่ค่ารถก็พอ

 

ละม่อม

มันเคยหาเงินแล้วรึยัง(พูดพลางตรวจตราเด็กทั้งสอง)

 

ปราณี

อู๊ย...พี่ม่อมจ๋า...เด็กแถวนั้นน่ะมันหาเงินกันเป็นกันตั้งแต่นมยังไม่ทันจะขึ้นเล้ย  แต่อยู่ในป่าในเขาน่ะมันจะได้สักเท่าไรกัน แค่ประตูละห้าบาทสิบบาทก็ไม่ไหว เอาไปแลกหมูในตลาดยังได้ไม่ถึงสามขีดเล้ย แขกก็เที่ยวกันกระปริบกระปรอย หากันจนหม้อบุบหม้อบานแล้วก็ยังไม่มีปัญญาไปไถ่ไร่นาให้พ่อแม่มันเลย  ที่พามาเนี่ยก็เพราะเวทนาเด็กมันน่ะ...

 

ละม่อม

แต่ชั้นไม่เอาไว้ทั้งหมดหรอกนะแม่ปราณี ช่วงนี้ชั้นเองก็แย่เหมือนกัน ฝนก็ตกได้ตกดีทุกคืน...

 

ปราณี

ตามใจเถอะจ๊ะ...นี่เห็นว่ารักใคร่สนิทสนมกันมานานก็เลยเอามาให้เลือกก่อนเพื่อนเลย เหลือคนไหนไม่เอาชั้นก็จะได้เอาไปให้แม่พิศที่บ้านสุขสำราญนั่น (บุ้ยหน้าไปทางที่จะสมมุติว่าเป็นที่ตั้งบ้านสุขสำราญ) แหม...มันก็ไอ้เหมือนๆกันแหละ จะอยู่บ้านไหนๆในซอยนี้...

 

ละม่อม

(สวนปราณีทันควัน) ไม่เหมือนหรอกย่ะ บ้านเสน่ห์จันทร์ของชั้นไม่เคยบังคับฝืนใจกัน...(ชะงักเมื่อปราณีหยิบตาให้)

 

ปราณี

(ขยิบตาให้ละม่อมหยุดพูดแล้วหัวเราะกลบเกลื่อน)จ๊ะฉันรู้  เอาล่ะพี่ม่อมอยากได้คนไหนก็เลือกเอาเถอะ

 

ละม่อม

ไหนลุกขึ้นยืนสิ...(บัวเกี๋ยงลุกตามเด็กผู้หญิงทั้งสองด้วย) เราน่ะ...ไม่ต้องลุก (บัวเกี๋ยงหน้าละห้อยนั่งลงตามเดิม เชยคางเด็กหญิงสองคนแล้วเลือกนงเยาว์)ชั้นเอาแม่คนนี้แหละ...ว่าแต่ว่าแม่ปราณีไม่หลอกชั้นแน่นะว่าเด็กมันใหม่สดจากเมืองเหนือน่ะ...

 

ปราณี

อู๊ย...ชั้นจะไปหลอกพี่ม่อมหาหอกทำไม๊...ไม่เชื่อก็อู้คำเมืองกะมันดูสิพี่  ถ้าไม่จริงชั้นยอมให้พี่ม่อมชี้หน้าด่าได้เลย ว่าอีนางปราณีคนนี้มันตอแหลตอหลดตดใต้น้ำ  เออ...อันที่จริงเด็กมันมาด้วยกันก็อยากจะอยู่ด้วยกัน พี่ม่อมไม่รับมันไว้ทั้งสองคนเลยหรือ...

 

ละม่อม

(ตัดบท นึกรำคาญ) ชั้นเอาคนเดียวนี่แหละ เท่าไหร่

 

ปราณี

นี่ถ้าเป็นคนอื่นคนไกลชั้นต้องบอกต่ำๆห้าร้อยนะเนี่ย...สำหรับพี่ม่อมชั้นคิดแค่สามร้อยห้าสิบก็แล้วกัน

 

ละม่อม

ไม่แพงไปรื้อ...

 

ปราณี

อย่าต่ออีกเลยจ๊ะ เด็กมันเพิ่งจะสิบหกสิบเจ็ดนี่จ๊ะ แหมกำลังกินกำลังใช้เชียวล่ะ

 

ละม่อม

(กับใบพร) พร...ไปหยิบเงินมาให้ที ใต้หมอนน่ะ (ใบพรทำตามคำสั่ง ในระหว่างนั้นละม่อมหันมาพูดกับปราณีอีก) พาเด็กไปกรุงเทพบ่อยล่ะซีแม่ปราณี...

 

ปราณี

ถ้าทางนู้นออเดอร์มาก็จะพาไปจ๊ะ...แต่แหม...ไปสุ่มสี่สุ่มห้าก็เสี่ยง  ตามโรงแรงรึก็ไม่ไหว...

 

ละม่อม

ทำไมล่ะ

 

ปราณี

ก็ตำรวจน่ะสิ...มันชุมเสียยิ่งกว่าแมลงสาบ

 

ละม่อม

ขึ้นชื่อว่าตำรวจที่ไหนๆมันก็ไอ้เหมือนๆกันแหละแม่ปราณี ที่ไหนแข็งนักก็เอาเงินง้างซะก็สิ้นเรื่อง...

 

ปราณี

โอ๊ย...ก็นั่นแหละจ๊ะพี่ม่อม ที่จริงชั้นไม่กลัวมันจับหรอก แต่กลัวโดนไถเสียล่ะมากกว่า...

 

ละม่อม

(รับเงินจากใบพร นับแล้วส่งให้ปราณี ๓๕๐ บาท)

 

ปราณี

(รับเงินแล้วพูด) ว่าแต่ว่าพี่ม่อมไม่เปลี่ยนใจแน่นะ ถ้าพี่ม่อมเอาทั้งสองคนชั้นคิดให้ถูกสุดๆเลยก็แล้วกัน ห้าร้อยถ้วนๆเลยก็แล้วกัน เอามั้ยจ๊ะ...(คะยั้นคะยอ)

 

สามคน

(ยิ้มอย่างพอจะมีความหวังบ้าง)

 

ละม่อม

(ครุ่นคิด แต่มองที่บัวเกี๋ยง สนใจ)

 

ปราณี

(เห็นละม่อมสนใจบัวเกี๋ยง) เออ...หรือว่านังบัวเกี๋ยงนี่ไงจ๊ะพี่ม่อมจ๋า...เลี้ยงไว้ดูเล่นสักตัว เอ้ย สักคนก็เลวนะจ๊ะ  อย่างน้อยๆก็เอาไว้ช่วยเทกระโถนก็ยังดี  รึว่าจะให้มันออกรับแขกมันก็พร้อมจะทำนะจ๊ะ ถ้าพี่ม่อมเอ็นดูมันล่ะก็....ชั้นคิดแค่ค่าอาหารมื้อเย็นสามสิบบาทเอง....

 

ละม่อม

(ไม่พูด แต่ตัดสินใจส่งเงินในมือให้ไปอีก๓๐บาท บัวเกี๋ยงดีใจยิ้มร่า ในขณะที่จันทร์ฟองหน้าสลด)

 

ปราณี

(กรีดเงินในมือแล้วยัดลงกระเป๋า) ถ้างั้นชั้นลาเลยก็แล้วกัน ถ้าต้องการอีกก็เขียนไปบอกก็แล้วกันนะ (หันที่จันทร์ฟอง) ไป นังจันทร์ฟอง ลาแม่เสียสิ...

 

จันทร์ฟอ

(ยกมือไหว้ละม่อมตามคำสั่งทั้งยังอาลัยเพื่อน )

 

ปราณี

(ท่าทางรำคาญที่เห็นเด็กทั้งสามขยับเข้ามากอดกันด้วยความอาลัยอาวรณ์) มัวร่ำลากันอยู่นั่นแหละเสียเวลาทำมาหากิน ไม่ต้องบีบน้ำตาไปหรอกนังจันทร์ฟอง อยู่บ้านแม่พิศก็ซอยเดียวกันแค่นี้ ไม่ได้ตายจากกันสักหน่อย คิดถึงกันก็ไปมาหาสู่กันได้...ไปเร็ว...(เข้าไปลากแขนจันทร์ฟองออกมาแล้วพูดกับนงเยาว์) น้าไปล่ะนะนง...ว่างๆจะแวะมาเยี่ยม อยู่กับแม่ละม่อมทำตัวให้มันน่ารักนะ หาเงินหาทองไว้เยอะๆจะได้ส่งไปให้พ่อแม่ (ปราณีพาจันทร์ฟองออกมาจากซุ้มประตู จันทร์ฟองร้องไห้เดินตามไปอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจนัก ปราณีบ่นด่าละม่อมลับหลังไปตลอดทาง กระทั่งลับตาผู้ชมไป) เร็วซีโว้ย...อีจันทร์ฟอง กูยิ่งหงุดหงิดอารมณ์ไม่ดีอยู่  อีละม่อมก็แปลก กูอุตส่าห์หาของดีๆมาประเคนให้ก็เสือกไม่เอา ดั้นไปเอาอีบัวเกี๋ยงตัวประหลาดไว้  ดีสมน้ำหน้า...อ้าวเดินเร็วๆนังจันทร์ฟอง ดึกดื่นแล้ว มัวสำออยอยู่นั่นเดี๋ยวแม่พิศเขาปิดซ่องมีหวังได้นอนหลังโรงยาหรอกมึง  เร็ว.....

 

ละม่อม

(พูดเมื่อเห็นทุกคนในบ้านยังชะเง้อคอมองข้างนอก) มัวยืนดูอะไรกันอยู่ล่ะ ปิดบ้านปิดช่องเข้านอนกันได้แล้ว (กับใบพร) ฝากนังนงมันนอนด้วยสักคืนนะใบพร...ส่วนนังบัวเกี๋ยงเนี่ยให้มันนอนตรงโซฟานี่ไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยขยับขยายกัน....

 

ใบพร

จ๊ะแม่...(ว่าแล้วก็พานง และบัวเกี๋ยงขึ้นห้องไป)

 

ละม่อม

(บ่นหลังจากทุกคนไปกันหมด) อ้าว...จะไปก็ไปกันเลยรึ ไฟฟืนก็ไม่ปิด ต้องกูอีกล่ะซี (ลุกขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วทำท่าปิดสวิตช์ไฟฟ้า)

แสงไฟในบ้านดับในจังหวะที่ละม่อมปิดสวิตช์ไฟฟ้า

     

 

จบฉากที่ ๒

องก์ที่๒

ฉากที่ ๓

ห้องนอนใบพร

เวลา

ดึกมาก (ต่อเนื่องจากองก์ ๒)

บรรยากาศ

หลังฝนตก ภายในห้อง แสงอ่อนมาก

ตัวละคอน

ใบพร  นงเยาว์  บัวเกี๋ยง

อุปกรณ์

ลังกระดาษ  กระโถน  ขวดน้ำ  ถุงยางอนามัย  ทิชชู่

เสื้อผ้า

ต่อเนื่องจากองก์ก่อน

 

เริ่มการแสดง                                                            Block 3

ตัวละคอน

บทเจรจา  (เน้นบทแสดงในวงเล็บ)

เทคนิคที่เกี่ยวข้อง

ใบพร

(เดินนำตัวละครอีกสองตัวเข้ามา) เอาของไปวางไว้นั่น

 

นงเยาว์

(วางของลงตรงมุมหนึ่ง กวาดสายตาไปรอบๆ) หนูจะต้องนอนที่นี่ตลอดไปหรือจ๊ะพี่...

 

บัวเกี๋ยง

นั่นน่ะซี...อึดอัดคับแคบจะต๋าย...แล้วเวลาฮับแขก จะยะจะได๋กันล่ะปี้...

 

ใบพร

แม่แกให้มานอนชั่วคราว พรุ่งนี้ค่อยขยับขยายกัน อย่าบ่นนักเลยน่า เราน่ะเพิ่งมาอยู่ใหม่ อย่าทำตัวให้คนอื่นเขาหมั่นไส้เอา  อ้อ...เราน่ะชื่อนงเหรอ...(ถามนง)

 

นงเยาว์

นงเยาว์จ๊ะ...แต่ใครๆเขามักเรียกว่านงเฉยๆมันง่ายดี  เนี่ย...หนูกะว่าพอเข้ากรุงเทพก็จะเปลี่ยนเป็นนงรามแล้วล่ะพี่...

 

ใบพร

ทำไมล่ะ...

 

นงเยาว์

ตอนอยู่บ้านนอก...หนูอ่านนิยายเล่มละสองบาท นางเอกเขาชื่อนงรามจ๊ะ...เพราะดี...

 

บัวเกี๋ยง

(สอด) อ๋อ...แล้วไงต่อยะแม่คู๊ณ แม่นางเอกสองบาท

 

นงเยาว์

(เริ่มฝัน) นงรามเธอเป็นสาวสวยรวยเสน่ห์ แต่...เธออาภัพตกยากอยู่กับยายแก่ในสลัมจ๊ะ...

 

บัวเกี๋ยง

แล้วก็ได้อยู่ในคฤหาสน์ฮ้อยล้านในต๋อนจ๊บใจ่ก่อ

 

นงเยาว์

ใจ่...(พยักหน้า...นัยตาเลื่อนลอยเพ้อฝัน)

 

บัวเกี๋ยง

อู๊ย...ฝันบรรเจิดแต้นะหล่อน เอาจะอี้สิ...ตั้งแต่วันพูกสูก็เริ่มขายสมบัติเก่าของสูตี้อีป้ออีแม่ฮื้อมา รีบหาเสียแต่ยังเป๋นละอ่อนจะอี้แหละดี  ปออายุเต้าปี้เปิ้น (ผายมือทางใบพร) สูก็คงจะได้เป๋นกะหรี่เงินล้านกะเปิ้นมั่ง...

 

ใบพร

(รู้สึกสะเทือนใจที่ถูกเอ่ยถึงอายุ) เอาล่ะๆ พอเถอะ จะนอนก็รีบนอนกันซะนะ ดึกมากแล้ว (พลางตบที่นอนให้เข้าที่เข้าทาง โยนหมอนอีกใบให้นงเยาว์) เราน่ะ...หาเงินมานานแล้วเหรอ...แล้วพ่อแม่รู้หรือเปล่า...

 

บัวเกี๋ยง

ฮู๊ย...ปี้จ๋า...อย่าว่าแต่ป้อแม่มันเล้ย จาวบ้านตี้ปู๊นเปิ้นฮู้กั๋นทั้งตำบลแหละว่าอีนงเนี่ย มันขายหอดทอด...(สะกิดใบพร) นี่ปี้ฮู้ก่อ...ตี้โน่นน่ะบ้านไผมีลูกแม่ญิงล่ะโก้ต๋ายห่าเลยเจ้า...บางบ้านนะ ปอเมียจะออกลูกก็คอยลุ้นกั๋นแล้วว่า จะออกหัวออกก้อยก็มี๋  ปอมันมุดออกมาเป๋นแม่ญิงนะปี้...โอ้ย...กินเลี้ยงกันสามวันบ่เลิกลา...(หยุดคิดนิดหนึ่ง) เนี่ย...ข้าเจ้าน่ะถึงอยากจะเกิดมาเป๋นแม่ญิงกะเปิ้นพ่อง...

 

ใบพร

(ตะลึงในสิ่งที่ได้ยิน) เหรอ...ทำไมงั้นล่ะบัวเกี๋ยง...

 

นงเยาว์

ที่นั่นน่ะ เขาถือว่าลูกผู้หญิงเป็นตัวเงินตัวทองจ๊ะพี่...

 

บัวเกี๋ยง

โอ๋ย...ดอกตองล่ะก็บ่ว่า...ตี้นั่นนะ พอลูกออกมาแล้วก็ต้องรีบขุนให้มันเป๋นสาวโวยๆ ปอนมปูดขึ้นมาหน่อยก็ขายกั๋นแล้วล่ะปี้เอ้ย...มีเอเย่นต์ไปขอซื้อกันถึงบ้านเลย

 

ใบพร

(สะเทือนใจ ถอนใจ ) นอนกันเถอะ...ดึกแล้ว

 

นงเยาว์

หนูยังไม่ง่วง...

 

ใบพร

ไม่ง่วงก็ต้องนอนแล้ว มันถึงเวลา ตื่นสายเดี๋ยวแม่จะมาเอ็ดเอา เราน่ะเป็นเด็กใหม่อย่าให้แม่เขามองในแง่ไม่ดี (พูดจบหยิบกระโถนซึ่งเต็มไปด้วยกระดาษขึ้นมา ทำท่าจะเดินออก )

 

นงเยาว์

นั่นพี่จะไหนจ๊ะ...

 

ใบพร

เทกระโถน รับแขกแล้วยังไม่ได้เทเลย เผื่อดึกๆปวดฉี่ขึ้นมาจะได้ไม่ต้องลงไปข้างล่าง...

 

บัวเกี๋ยง

หนูเองจ๊ะปี้...เพราะเดี๋ยวหนูต้องลงไปนอนที่โซฟาอยู่แล้วไงเจ้า... (ยื้อกระโถนจากมือใบพร)

 

ใบพร

ขอบใจ...(ส่งกระโถนให้  บัวเกี๋ยงรับกระโถนแล้วเดินออกไป  ก่อนออกไป ล้วงบางสิ่งบางอย่างในกระโถนขึ้นมา มีถุงยางใช้แล้ว กับกระดาษทิชชู่)

 

ใบพร

(หลังบัวเกี๋ยงไป ล้มตัวลงนอน) นอนเถอะนง...

Block 3.2

นงเยาว์

พี่นอนเถอะ หนูขอคิดอะไรสักประเดี๋ยว(พิงขอบเตียง)

 

ใบพร

คิดอะไรก็คิดนะ แต่อย่าคิดหนีก็แล้วกัน อย่าลืมนะว่าเราน่ะยังเป็นหนี้แม่แกอยู่ตั้งสามร้อยกว่าบาท ถ้าหนีล่ะก็น่าดูเชียวล่ะ พรรคพวกแม่แกเยอะนะจะบอกให้...

 

นงเยาว์

หนูไม่คิดหนีหรอกจ๊ะ อยู่ที่นี่ท่าทางสบายจะตายไป

 

ใบพร

(พลิกตัวกลับมา) ไม่คิดก็ดีแล้ว สาวๆสวยๆอย่างนงเนี่ยหาเงินไม่กี่วันก็ใช้หนี้หมด...

 

นงเยาว์

(ตื่นเต้น ภูมิใจ) แขกแยะเหรอพี่...

 

ใบพร

ถ้าไม่เลือกมาก คงได้ไม่ต่ำกว่าสิบประตูมั้ง นอนเถอะ

 

นงเยาว์

พี่..(สะกิด) เขาว่านอนตรุษจีนปากน้ำโพหาเงินดีเหรอ

 

ใบพร

(ใกล้หลับ) ฮื่อ...ดี

 

นงเยาว์

พี่เคยได้สักกี่ประตูล่ะ...

 

ใบพร

สามสิบ (พูดไปหาวไป)

 

นงเยาว์

(ตื่นเต้นมาก) โอ้โฮ...มีใครได้มากกว่าพี่มั้ย...

 

ใบพร

มี....(ครึ่งหลับครึ่งตื่น)

 

นงเยาว์

โห๋...คงได้กันหนักเลยสิท่า....(กอดหมอนฝันหวาน)

 

ใบพร

ฮื่อ...(หลับเกือบสนิท)

 

นงเยาว์

(สะกิดอีก) พี่...

 

ใบพร

(รำคาญมาก ตวาดเบาๆ) อะไรอีกเล่า...

 

นงเยาว์

นี่ก็จวนจะตรุษจีนอีแล้วล่ะสินะ...แหม...หนูอยากจะรับแขกซะวันนี้เดี๋ยวนี้จังเลย  หนูจะเก็บเงินให้มากๆ แล้วส่งไปให้พ่อแม่ไถ่ที่นา...แกจะได้สบายกันซะที (หันไปทางใบพรซึ่งหลับอยู่ ทำท่าจะสะกิดอีกแต่เปลี่ยนใจ กระหยิ่มยิ้มย่องอยู่คนเดียว  ยกมือขึ้นบนบานอะไรสักอย่าง สักครู่หนึ่งจึงพูดขึ้นว่า...) เจ้าประคู๊ณ...ขอให้มีตรุษจีนสักสองหนเถอะปีนี้...

แสงไฟเน้นที่หน้าเพ้อฝันของนงเยาว์ และดับวูบในจังหวะที่พูดบทจบ

 

จบฉากที่ ๓