4 แยกแตกระแหง

(กรรม กามา เกม หน้ากาก)

 "เจ้าคุณอู๋"    เขียน  

Hit Counter

ตัวละคอน

.สงสัย (กรรม)                กะเทยบ้านนอกไร้การศึกษา  ซื่อจนเกือบเซ่อ ล่าเหยื่อตามสวนสาธารณะ เช่นวังสราญรมณ์ 

.บุญทุ่ม(กามา)                เมคอัพอาร์ติส เปรี้ยวทันสมัย  ปากจัดจู้จี้ขี้เหนียว  ลูกค้าประจำของเหล่า”บาร์ออฟ”ทั้งหลาย

.เสริมส่ง(เกม)                บก.นิตยสารวัยรุ่นชื่อดัง  นักปั้นดินให้เป็นดาว  จุดมุ่งหมายหลักคือ”ปลุกปล้ำ”เหล่านายแบบ

.บันเทิง(หน้ากาก)พระเอกละคอนทีวี  สุขุม มีมาดและชั้นเชิง แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง เขาไม่ต่างจากคนอื่น

 

ที่มา…เรื่องสั้นนี้ดัดแปลงจาก บทละคอนเวที ซึ่งเขียนไว้และเคยจัดแสดงเนื่องในโอกาส  ฉลองครบรอบ๘ปี

“บาบิลอน”      จัดแสดง ณ    ดีวายน์ คลับ      เมื่อวันที่    ๒๓    พฤษภาคม    ๒๕๓๘

 

 

                “ร้องไห้หาหอกอะไรยะ นังสงสัย…”  

            บุญทุ่ม ร้องถามแม่บ้านสาวประเภทสอง  ซึ่งนั่งฟังละคอนวิทยุคณะ  “เกษทิพย์” น้ำตาไหลพรากพร้อมๆไปกับง่วนกับงานในครัว

                “เปล่านี่เจ้าคะ…ละคอนกำลังสนุกเชียว…”  สงสัยละจากงานในมือหันมามองหน้านายจ้าง ซึ่งเพิ่งผลักบานประตูคอนโดเข้ามาอย่างงงๆ ยกมือไม้ขึ้นปาดน้ำตาอย่างลวกๆ “ นี่เจ้าค่ะ…มะม่วงน้ำปลาหวาน ซอยหอมใส่แยะๆแบบที่คุณโปรดปรานไง…ไม่รักกันจริงไม่เตรียมไว้ให้หรอกนะคะ คุณผู้ฉิง”

                “เฮ้อ…”บุญทุ่มถอนใจยาว  “แกนี่ช่างทำให้ฉันน่ะเกิดความสงสัยอยู่ร่ำไปซะจริงจริ๊งเชียว… บรรพบุรุษแกนั่นก็เหมือนกัน ช่างสรรหาชื่อมาตั้งให้แก อาไร้..ชื่อตั้งมากมาย ดั๊นมาชื่อนังสงสัย….”  พูดจบ  “หล่อน”ก็เหวี่ยงกระเป๋าแต่งหน้าลงกับพื้นห้อง แล้วกระแทกสะโพกที่ห่อหุ้มด้วยกางเกงลายเสือดาวรัดติ้วลงกับโซฟาอันนุ่มนิ่ม  พลางปลดกระดุมเสื้อซึ่งรัดติ้วไม่แพ้กับท่อนล่างอย่างเหนื่อยล้า  “ แกรู้มั้ยนังสงสัย  ฉันเห็นแกนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นก็ผวาเสียทุกทีสิน่า…” หล่อนส่ายหน้าอย่างเอือมระอา

                “ผวา…ผวาทำไมคะคุณบุญทุ่ม”  สาวใช้มองหน้านายจ้าง  “สาว”ตาแป๋วอย่างซื่อๆ  พลางขยับผ้าถุงให้กระชับหุ่นอันอวบอั๋นตูมเต่งด้วยยาคุมซึ่งเจ้าหล่อนหามา”บำเรอ”เรือนร่างให้ดูเป็น “หญิง”

                “อ้าว…” บุญทุ่มอุทานเสียงสูงปรี๊ด “ทำไมจะไม่ผวายะแม่ตัวดี หล่อนนะเหลียวมองดูรอบๆห้องสิ เดี๋ยวนี้ข้าวของเฟอร์นิเจอร์ชั้นร่อยหรอไปก็เพราะแก ที่ชอบพาไอ้พวกเด็กไม่มีหัวนอนปลายตีนมามั่วกัน มิหนำซ้ำยังยกเค๊าชั้นไปก็ตั้งหลายทีหลายหน…” หล่อนออกน้ำเสียงแกมประชด “นี่ๆขอซะทีเถอะนะนังสงสัย แกอยากจะหลับนอนสมสู่กับไอ้พวกเด็กเปรตนั่นชั้นน่ะไม่ว่า   แต่กรุณาพามันไปเอากันที่อื่น  ดูรึห้องทั้งห้องเหลือแค่โซฟาชุดนี้เพียงชุดเดียว…” ว่าแล้วหล่อนก็อดไม่ได้ที่จะเหลียวมองไปรอบๆห้อง ซึ่งว่างเปล่าเกินปรกติ

                “อุ๊ย..คุณขา อย่างน้อยๆก็ยังเหลือหนูอยู่ทั้งคนนี่คะ คุณบุญทุ่ม…”

                “ย่ะ..แม่มหาจำเริญ…แม่สมบัติล้ำค่ำประจำห้อง…” บุญทุ่มสะบัดเสียงใส่ “รู้งี้ชั้นไม่พาแกมาอยู่ด้วยหรอก แหม..ไอ้เรารึก็เวทนา เห้นว่าแกน่ะเป็นกะเทยบ้านนอกไร้ญาติขาดมิตร ใครจะไปคิดเล่ายะว่าแกจะชั้นต่ำถึงเพียงนี้… ผู้ชายตามข้างส้วมหรือโคนมะขามหล่อนก็ไม่เว้น…”

                สงสัยทำหน้าซื่อตาซึมฟังนายจ้างเทศนา โดย ไม่มีปฏิกิริยาใดๆโต้ตอบ กลับเฉไฉไปเรื่องอื่น “เออ…ว่าแต่วันนี้ทำไมคุณกลับบ้านคนเดียวล่ะคะ ทำไมไม่เห็นมีไอ้หนุ่มติดไม้ติดมือมาอย่างเคย…”

                “เบื่อว่ะ..” ว่าพลางหยิบมะม่วงจิ้มน้ำปลาหวานใส่ปาก ทำหน้าเปรี้ยวจัด

                “ต๊าย….” นังสงสัยส่งเสียงยานคาง  “นี่คุณบุญทุ่มของอีชั้น รู้จักเบื่อรู้จักหน่ายเป็นด้วยรึคะ  หนูล่ะสงสั้ยสงสัยจังเลย ว่าถ้าคุณขาดผู้ชายไปสักคืนสองคืนจะลงแดงตายไหมหนอ…” หล่อนลอยหน้าว่า

                “มันเรื่องของชั้น…” ว่าแล้วก็หยิบชิ้นมะม่วงปาใส่ “ว่าแต่แกเถอะระวังจะลงแดงตายเพราะไม่ได้ดมแล็คดมกาวกับไอ้พวกเด็กๆตามสนามหลวง…”

                “โถ…คุณขา…คนอย่างหนูน่ะหรือจะไปมีปัญญาไปหาไปออฟผู้ชายเริ่ดๆมานอนอย่างคุณ  รายได้ที่คุณจ่ายให้หนูรึก็แทบไม่พอซื้อยาคุมอยู่แล้ว  จิกผู้ชายได้สักคนก็ยังไม่รู้จะหาสนามบินลงได้ที่ไหน ค่าลงโลงโรงแรมรึก็ไม่ใช่ถูกๆ ไหนจะค่าเบียร์ค่าเหล้าเลี้ยงผู้ชายอีก…”

                “อ๋อ….ก็เลยเห็นห้องชั้นเป็นสนามบินไปงั้นสินังสงสัย  ระวังเถอะสักวันมันจะมากวาดเครื่องบินไปหมดทั้งสนาม…”  บุญทุ่มสวนกลับแกมเหน็บแนม

                “แหมคุณก็…หนูทำผิดพลาดไปนิดหน่อยคุณก็บ่นไม่เลิก…”   สงสัยทำหน้าน้อยอกน้อยใจ

                “บ่นสิยะแม่คุณแม่ทูนหัว หล่อนเวิร์คกะเด็กชั้นก็ไม่ได้ไปมันกะแกด้วยนี่…สมบัติพัสถานในห้องนี้ก็ล้วนแต่ของชั้น กว่าจะสะสมได้แต่ละชิ้นชั้นงี้แทบจะตาเหลือกตาปลิ้น แล้วไอ้วีดีโอที่เคยเล่นหนังโป๊นั่นกว่าจะได้มา แกรู้มั๊ย…ชั้นต้องถ่อสังขารไปแต่งหน้าเจ้าสาวถึงแปดหน้า..”

                สงสัยทำหน้าละห้อย “หนูขอโทษฮ่ะ…ความจริงหนูก็เสียดายอยู่เหมือนกัน  เลยอดดูหนังโป๊ไปด้วย…”

                บุญทุ่มค้อนตากลับ “นี่ไม่ต้องมาสารภาพบาปหรอกย่ะ  ไปหาน้ำหาท่ามากินสักแก้วซิ  พูดกับแกแล้วคอแห้งจัง…”

                “น้ำมี…แต่มันไม่เย็นนะคะคุณขา…”

                “ทำไมล่ะ..”

                “อ้าว…คุณลืมไปแล้วหรือว่าตู้เย็นมันก็หายไปพร้อมกับเครื่องวีดีโอที่คุณพูดถึงนั่นแหละ…”

                บุญทุ่มได้ยินดังนั้นก็ส่ายหัวเอือมระอา 

                ทันใดนั้นเสียงกริ่งโทรศัพท์ก็ดังขึ้น…

                “ฮัลโหล…”  เจ้าของบ้านย้ายสะโพกไปรับสายพร้อมกับกรอกสำเนียงค่อนข้างดัดลงไปใกระบอกเสียง “ บุญทุ่มฮ่ะ..” เสียงทางโน้นส่อว่าเป็นคนกันเองมาก “เธอเองหรือนังเสริม…นี่หล่อนหายหน้าหายตาไปจากวงการเลยนะยะ  ได้ข่าวว่าเดี๋ยวนี้โด่งดังเป็นบอกงบอกอหนังสือวัยรุ่น  ลืมเพื่อนลืมฝูงไปเลยนะเธอ….อะไรนะ…อ๋อ…จะให้ชั้นไปแต่งหน้านายแบนางแบบเหรอ…เอาซิสำหรับเพื่อนฝูงชั้นเต็มที่อยู่แล้ว…ชั้นเหรอ…ก็เรื่อยๆ นั่นแหละเธอ   ใช่สิ..ยังจิกเด็กตามบาร์อยู่เหมือนเดิมนั่นแหละย่ะ…ชั้นไม่ใช่หล่อนนี่ยะจะได้มีเด็กแล่นมาให้ปลุกให้ปั้นถึงที่ … อะไรนะ…อ๋อ…จะแวะมาคุยกันเหรอ…ตอนนี้ชั้นอยู่กะนางสงสัยแม่บ้าน   มาก็ดีเหมือนกันจะได้เม้าท์กันให้หนุกๆ  เม้าท์กับนังสงสัยมีแต่มันจะทำให้ชีวิตอันสูงส่งของชั้นน่ะตกต่ำลงทุกวัน…”

                “นี่เจ้าค่ะน้ำ…”  สงสัยกระแทกแก้วน้ำดื่มลงเบื้องหน้าบุญทุ่มแกมประชด

                เจ้าบ้านยังคงพูดสายต่อ “โอเค..โอเค…เดี๋ยวอีกสิบนาทีเจอกันนะ “ หล่อนว่าจบก็ยกแก้วขึ้นจิบน้ำอันเย็นชืด เลยนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้“อ้อ…นังเสริมอย่างเพิ่งวางหู…ไหนๆหล่อนก็จะแวะเข้ามา ช่วยแวะร้านปากซอยซื้อน้ำแข็งหลอดมาสักสองสามถุงด้วยนะ….”สายตรงข้ามฉงนใจ ทำให้เจ้าบ้านต้องย้ำอย่างตัดบท “เออน่า…ไม่ต้องมาถาม ซื้อๆมาก็แล้วกัน…”

                “ใครโทรมาหรือคะคุณ…” นังสงสัยสอด “เห็นเรียกชื่อเสริมๆ  เสริมศรี  หรือว่าเสริมสวยกันคะ…”

                “เพื่อนชั้นเอง…สมัยเรียนมัธยมน่ะ”

                “ศึกษานารี หรือว่าสตรีวัดระฆังเจ้าคะ…” ลูกจ้าง “สาว”สัพยอก

                “เขาชื่อคุณเสริมส่ง  บอกอนิตยสารวัยรุ่นชื่อดังแห่งยุค ปลุกปั้นเด็กหล่อๆเริ่ดๆดังมาก็มากมาย นี่แกไม่เคยรู้จักเลยหรือไอ้นิตยสาร…อะไรน๊า…เออ…นิตยสารยูแอนด์กูไงเล่า…”

                “สาวซื่อ”ส่ายหน้าช้าๆ “ม่ายล่ะเจ้าค่ะ…หนังสืออาหยังข้อยบ่เกยฮู้เกยหันมาก่อน  ข้าเจ้าอ่านแต่ดาราภาพยนตร์กับขายหัวเราะเจ้าค่ะ…ว่าแต่ว่าใครมั่งล่ะเจ้าคะที่คุณ เสริมส่งแกส่งเสริมจนดังระเบิดเถิดเถิงน่ะ…”

                “ก็หลายหน่ออยู่นา…เท่าที่จะได้ก็มี…” หยุดใช้ความคิด “ อ้อ..เจ้าแต๋วหัวโปกไง รายนี้นะนังเสริมประคบประหงมกันมาตั้งแต่ขนรักแร้ยังไม่ขึ้นเลย  จนเดี๋ยวนี้ขนอะไรต่อมิอะไรแย่งกันขึ้นยุบยับไปหมดทั้งตัวแล้ว”

                “เหรอคะ…”  สงสัยสนใจขึ้นมาทันที  “แหม…คุณเสริมส่งแกให้ปุ๋ยเร่งสูตรอะไรมิทราบ  ๑๕ /๑๕/๑๕ หรือว่า ๑๕/๖๙/๑๕ คะ…”

                “อีบ้า…คนนะยะไม่ใช่ต้นไม้ต้นหญ้า  ชั้นคุยกับแกแล้วไอคิวต่ำลงทุกวัน…ไป…ไปจัดหาเหล้าหาแก้วหาโซดามาให้พร้อมเดี๋ยวเพื่อนฉันจะมากันแล้ว…”

                “เออ…คุณขา…”

                “ทำไมอีกเล่า…” บุญทุ่มนึกรำคาญ “ เอ้…นังคนนี้มันเจ้าปัญหาจริง”

                “คือว่าตอนนี้เหล้าหงษ์ทองขวดของคุณมันเหลืออยู่แค่เนี้ย…” เจ้าหล่อนใช้นิ้วกะปริมาณว่าน้อยนิดเต็มที“หนูว่าเอาเหล้าตราแมวดำของหนูมาร่วมด้วยจะดีกว่า มันยังเหลือตั้งเยอะ…”

                “โอ๊ย…ไม่ต้องทั้งสองขวดนั่นแหละ…” นายจ้างโบกมือห้ามหวอยๆ “นังเพื่อนชั้นคนนี้หล่อนยิ่งหัวสูงอยู่ด้วย ขืนมันรู้ว่าชั้นแดก…เอ้ย…ดื่มเหล้าชั้นต่ำที่แกว่า มีหวังมันเอาไปเม๊าท์กันทั้งวงสังคมแน่…”

                “ถ้างั้น…เอาเหล้าฝาหรั่งยี่ห้อจอนนี่ วอร์คเกอร์ที่คุณเก็บไว้ในตู้โชว์นั่นมาจะดีไหมคะ เห็นคุณเก็บไว้ตั้งแต่หนูยังไม่มาอยู่ที่นี่เลย นี่ก็สามปีกว่าแล้วนา หนูกลัวว่ามันจะบูดน่ะ…”  นางสงสัยออกความเห็น

                บุญทุ่มได้ยินดังนั้นหยุดคิดและกลืนน้ำลายลงคอไปอย่างแห้งผาก “เออๆ…เอางั้นก็ได้  แต่แกหยิบไอ้ขวดตราสีแดงมาก่อนนะ   ส่วนไอ้ขวดสีดำน่ะเก็บไว้ก่อน มันเสียดาย…”

               

 

                ครู่ถัดมา…

                “มาแล้วหรือจ๊ะเธอ…”  บุญทุ่มออกมาเปิดประตูต้อนรับเพื่อนสนิท  นึกแปลกใจที่เสริมส่งไม่ได้มาเพียงคนเดียวอย่างที่คิดไว้   ชายหนุ่มแปลกหน้า หน้าตาท่าทางดีคนที่ติดตามมาด้วยทำให้เจ้าของบ้านแปลกใจ…

                “นี่…คุณบันเทิง” เสริมส่งรีบแนะนำกันและกันเพื่อขจัดความข้องใจให้จางหาย “ แล้วนี่คุณบุญทุ่มเพื่อนผม เขาเป็นเมคอัพอาร์ติสมือหนึ่งเชียวนะ  รู้จักกันไว้   “ว่าพลางก็ยื่นถุงพลาสติกส่งให้ “เอ้า…แล้วนี่น้ำแข็งที่เธอสั่งให้ชั้นซื้อมา..”

                “ขอบใจ”  ว่าแล้วเจ้าบ้านก็เชื้อเชิญแขกเข้ามานั่งที่ชุดรับแขกกลางห้อง

                “คือคุณบันเทิงเนี่ย…เขาเป็นนักแสดง ตอนนี้ก็เล่นละคอนทีวีอยู่หลายช่อง  และตอนนี้ก็กำลังจะออกเทปกับค่ายเอสแอนด์พี”  เสริมส่งแนะนำเพิ่มเติม

                พอดีนังสงสัยยกเครื่องดื่มเข้ามาวางได้ยินเข้าจึงสอดขึ้น “วุ้ย…หนูว่าแล้วเชียว  หน้าตาหล่อๆแบบเนี้ยเห็นแล้วคุ้นจัง…” หล่อนว่าในขณะที่จัดแจงกับเครื่องดื่ม “คุณเคยเล่นละคอนเรื่องลูกทุ่งบันลือโลกใช่ไหมคะ ที่คู่กับกบสุวนันท์น่ะ…ใช่มั้ยคะ…ใช่มั้ยคะ”

                พระเอกละคอนทีวี พยักหน้ารับ ยิ้มเจื่อนๆ รักษามาดแมนไม่พูดโต้ตอบใดๆ

                “นั่นแน่หนูว่าแล้วต้องใช่…แต่เอ…ใช่แน่นะคะ” นังสงสัยไม่ลดละ

                “เอ้…อีนี่” บุญทุ่มตวาดแหว “เค๊าก็บอกแล้วว่าใช่ ยังเซ้าซี้ไม่เลิก…ไหนแล้วเหล้าชั้นกับคุณเสริมเขาล่ะ”

                “เออ…แล้วไอ้ค่ายเทปเอสแอนด์พีเนี่ย…มันค่ายเดียวกันกับค่ายที่ทำขนมปังขนมเค็กรึเป่าคะคุณ..” หล่อนพล่ามไปในขณะที่บริการชงเหล้าแจกเจ้านายและเพื่อนเจ้านาย

                “ต๊าย…” บุญทุ่มอุทานเสียงยาว “นังสงสัย…ชั้นว่าแกไปเปลี่ยนชื่อซะดีไหม เผื่อไอคิวจะสูงขึ้นกว่านี้…”เมื่อสิ้นเสียงแปร๋นก็หันมาทำเสียงนางเอกทางผู้มาเยือนหนุ่ม “คุณจะดื่มอะไรดีฮะ คุณบันเทิง”

                “ปรกติผมดื่มแบล็คโซดาครับ”  เสียงเขาราบเรียบ รักษามาดพระเอกไว้อย่างมั่นคง

                “นังสงสัย…แกไปเปลี่ยนเหล้ามา” เจ้าของบ้านคว้าคอขวดเหล้าตราสีแดงส่งให้สาวใช้ “เอาไอ้ขวดตราสีดำนะ…”

                “อ้าว…” นังสงสัยตีสีหน้าซื่อ “ก็ทีเมื่อกี้คุณบุญทุ่มบอกหนูว่ามันเปลือง และเสียดายไง”

                “เถอะ..ฉันเปลี่ยนใจแล้ว แหมดาราดังมาเยี่ยมบ้านแม่บุญทุ่มทั้งทีต้องงัดเอาของดีออกมาเลี้ยงดูซิยะหล่อน…”

                “เรื่องมากชิบ…เหล้ายี่ห้อไหนๆมันก็กินแล้วเมาเหมือนกันนั่นแหละ…” นังสงสัยบ่นอุบอิบ…

 

                ในขณะที่แอลกอฮอล์กำลังเพิ่มดีกรีในกระแสเลือด และวงเสวนากำลังออกรส…

                “นี่นังเสริม…ไอ้หนังสือวัยรุ่นที่หล่อนเป็นบอกออยู่น่ะไม่เห็นเอามาให้ชั้นอ่านมั่งเลย ได้ข่าวมีด่งมีเด็กหน้าตาใสๆปากแดงๆขึ้นปกเป็นว่าเล่นใช่มั้ย…”

                “อยากอ่านทำไมไม่ไปซื้อเอาเองล่ะเจ้าคะ…คุณผู้ฉิงเจ้าขา…ของเขามีไว้ขายนะเจ้าคะไม่ได้มีไว้แจก” นังสงสัยสอด ซึ่งนั่นก็ทำให้นายจ้างหน้าชาตัวเนื้อสั่น

                คนอื่นๆพากันหัวเราะกันครืน…บุญทุ่มเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความโทโส

                “ก็จริงของมันนะ…” เสริมส่งรีบกลบเกลื่อนสอดแทรกอารมณ์ขันเพื่อให้สถานะการดีขึ้น

                บุญทุ่มเหวี่ยงค้อนให้นังสงสัยสามวงซ้อนๆ ก่อนจะเบือนหน้าไปทางเสริมส่งแล้วพูดต่อ “ ว่างๆเธอเอาชั้นไปลงสัมภาษณ์มั่งสิยะเธอ…เธอน่ะดังคนเดียวไม่ห่วงเพื่อนห่วงฝูงเลยนะ…”

                “อะไรกันคะคุณบุญทุ่ม…นี่คุณเสริมเขาทำหนังสือวัยรุ่นนะคะ ไม่ใช่หนังสือสำหรับวัยอาวุโสสะว่านอย่างคุณ…”  นังสงสัยไม่วายแกว่งปากเข้าให้อีก

                “เอ๊ะ…อีนี่…” บุญทุ่มลุกขึ้นเท้าสะเอวค้อนประหลับประเหลือก “หนังสือสมัยนี้น่ะไม่ต้องซื้อมาอ่านให้เหมาะกับวัยหรอกย่ะ  ซื้อมาปุ๊ปก็ดูแค่นายแบบหน้าปกว่าหล่อเริ่ดแค่ไหน  เนื้อหาด้านในเขาไม่สนกันแล้ว…”

                “ดูแล้วก็แอบต๊องตัวเองน่ะสิ…”  นังสงสัยหันมานินทาเจ้านายกับบรรดาเพื่อนเจ้านาย

                “เชอะ…” บุญทุ่มสะบัดเสียงใส่อย่างมั่นใจ “คนอย่างแม่บุญทุ่มคนนี้น่ะเรอะจะแอบตกเบ็ดคนเดียวให้เมื่อย…เด็กบาร์เด็กเทคตั้งพะเรอเตรียมเข้าคิวมาซบอกชั้นไม่เว้นแต่ละวัน…แกน่ะสำส่อนอยู่ตามคลองหลอดสนามหลวงรึจะไปรู้อาไร้…” ว่าแล้วก็เอานิ้วจิ้มหน้าผากลูกจ้าง”สาว”อย่างดูแคลน

                “พวกเด็กหนุ่มๆเข้าคิวกันมารับเงินล่ะก็ไม่ว่า…”  นังสงสัยไม่ลดลาวาศอก  “หนูล่ะไม่ขอเอาด้วยคนหรอกกับการที่จะไปออฟเด็กมานอนด้วย  เสียความรู้สึกจะตาย  อย่างน้อยๆจะเอากันทั้งทีน่าจะมีความโรแมนติกกันบ้าง…จริงมั้ยเจ้าคะ …คุณเสริมส่ง  คุณบันเทิงขา…”

                “ต๊าย…….” แม่บุญทุ่มกรีดเสียงด้วยอารมณ์โกรธา “นังกะเทยโสโครก  หล่อนน่ะยังมีความโรแมนติกโรแมนแต่กอยู่รึยะ…นังสงสัย…”

                “อุ้ย…อย่างน้อยๆเด็กตามริมคลองหลอดหรือโคนมะขามสนามหลวง ไม่ว่ามันจะดมกาวดมแล็คมันก็มากับเราด้วยใจเสน่หาหรอกน่า…” กะเทยชั้นต่ำนึกผยองขึ้นบ้างในน้ำเสียง

                “เสน่หาในทรัพย์สมบัติของชั้นล่ะก็ไม่ว่า…คงไม่ใช่เสน่หาในความงามของหล่อนหรอกย่ะ”

                “คุณสองคนเจ้าขา…” นังสงสัยสบตากับแขกผู้มาเยือนทั้งสองเหมือนจะ”หาพวก”ในการปะทะคารมกับเจ้าของบ้าน “ตอบให้สงสัยเข้าใจหน่อยเถอะค่ะ…ว่าคนเราหากไม่มีจิตเสน่หาต่อกันแล้วไซร้ ไอ้นั่นมันจะแข็งแกร่งประจัญบานได้อย่างไรกัน…”

                “นี่แกรู้ได้ไงนังสงสัย…ว่าเด็กที่ชั้นเอามานอนด้วย ของมันไม่ขึ้น..” บุญทุ่มโมโหจนหน้าร้อนผ่าว

                “วุ้ย…ทำเป็นร้อนตัว…ก็ทำไมจะไม่รู้เล่าคะ…หนูน่ะนอนอยู่ตรงโซฟาตัวนี้อยู่ทุกคืน  เหตุการณ์ที่เกิดขี้นกับคุณมันก็อยู่ในสายตาของแม่บ้านสาวอย่างหนูอยู่แล้ว  เห็นมั้ย…ความลับน่ะไม่มีในโลกหรอก…”

                ไม่มีเสียงของผู้มาเยือนทั้งสองคนแม้แต่แอ๊ะเดียว…ทุกคนกลายเป็นผู้ฟัง  “ทอล์กโชว์”รสเด็ดจากปากนายจ้างจอมเปรี้ยวกับลูกจ้างจอมเปิ่น

                “ฟังนะคะคุณทั้งสอง…” นังสงสัยเริ่มสาธยายความ ในขณะที่ผู้ฟังทั้งสองนั่งหูผึ่ง “อย่างไอ้เด็กคนเมื่อวานที่คุณบุญทุ่มพามาน่ะ  แหม…คุยว่าหล่อล่ำบึกตอนมันโหนอยู่บนเสาสแตนเลส  หนูเห็นกับตาว่าคุณบุญทุ่มปล้ำผีลุกปลุกผีนั่งอยู่ตั้งนานสองนานกว่ากว่าดอกจำปีมันจะกลายเป็นดอกข้าวโพด….” หันมาทวนความจำกับนายจ้าง “จำไม่ได้หรือเจ้าคะที่ตอนเช้าวันนั้นคุณยังมาบ่นกับหนูว่าเมื่อยปากเมื่อยแก้มชิบหายกว่าน้ำจะแตกน่ะ….”

                บุญทุ่มสุดจะทนกับวาจาของนังกะเทยปากกล้า  แต่ก็พยายามระงับอารมณ์ไว้

                “สู้ไอ้แท่งเด็กขายพวงมาลัยสี่แยกที่หนูพามันมาวันนั้นไม่ได้”  นังสงสัยเล่าไปทำท่าวาบหวามในอารมณ์  “อู๊ย…..สะบึมบะลึมฮึม บะเริ่อบะร่า…เงินทองรึก็ไม่เสียแม้แต่บาทเดียว….”

                “อ๋อ….เสียแค่ทีวีสีไปเพียงเครื่องเดียวใช่มะหล่อน   นั่นน่ะหรือความสุขของแก นังสงสัย…” บุญทุ่มเท้าสะเอวด่า  อดนึกถึงสมบัติที่หายๆไปอย่างช่วยไม่ได้

                “เอาล่ะๆ…” เสริมส่งโบกมือห้ามทัพหลังจากที่เสพวาจาของทั้งสองฝ่ายผ่านไปสักระยะหนึ่ง “ หยุดเถียงกันได้แล้วแม่คุณทั้งสอง…” หันไปต่อว่าบุญทุ่ม “ไหนเธอบอกว่าอยากเม้าท์กับชั้นไงล่ะ  แต่นี่เห็นเธอเผากันอยู่แค่สองคน   เห็นพูดอยู่แหม่บๆว่าเม้าท์กับนางสงสัยแล้วชีวิตอันสูงส่งของเธอจะตกต่ำไง อาไร้…ที่แท้ก็ต่ำพอๆกัน…”  เสริมส่งกระแนะกระแหนเหน็บแนมเข้าให้  “ความจริงชั้นว่าเธอเองก็น่าจะเลิกซะทีกับการเป็นแม่บุญทุ่มอุปถัมภ์เด็กหนุ่มน่ะ…”

                “แล้วหล่อนจะให้ชั้นทำอย่างไรเล่ายะพ่อบอกอคนดี…เปลี่ยนไปเดินแด๊ะๆหาผู้ชายตามสวนลุมหรือวังสราญรมย์อย่างนังสงสัยน่ะรึ…”  บุญทุ่มว่าพลางกระดกเหล้าใส่ปากอย่างไม่สบอารมณ์นัก

                “ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก…” เสริมส่งแนะ “ชั้นหมายความว่าเธอควรจะหาวิธีจิกผู้ชายโดยไม่เสียเงินเสียทองซะบ้าง…”

                “อุ้ย…พ่อบอกอคนเก่งเจ้าขา….ไอ้ชั้นน่ะมันก็ไม่ใช่สาวสวยรวยเสน่ห์เหมือนนังสงสัย  หรืออีกที่ก็ไม่ใช่บรรณาธิการคนดัง…อย่างเธอ  “บุญทุ่มเน้นคำหลังเพื่อหวังกระทบเสริมส่งอย่างจงใจ “จะได้หลอกล่อเด็กหนุ่มหน้าใสๆมานอนกกนอนกอดได้ไม่เว้น…จะว่าไปแล้วออฟเด็กตามบาร์ชั้นก็มีความสุขตามอัตภาพอยู่แล้วนี่…ไม่ได้เบียดเบียนใคร…เด็กมันก็เต็มใจมากับเรา  เสร็จๆแล้วก็เสร็จไป น้ำแตกแล้วก็ถีบหัวส่งไป ไม่ต้องมาคอยคลอเคลียก่ายกอดให้เสียเวล่ำเวลา…”  เจ้าบ้านมองหน้าเสริมส่งอย่างเจาะลึกแล้วพูดต่อ” เผลอๆการหาเด็กระบบอย่างที่เธอทำจะเสียเงินมากกว่าชั้นซะอีก  ส่งเสริมให้มันได้ดีได้ชมเชยเพียงแค่ผ่านๆ พอมันได้ดีก็เหยียบหัวเราส่ง  พอเด็กคนไหนเรารักเราหลงเข้าหน่อยพ่อก็ทำเล่นตัว อยากได้โน่นอยากได้นี่ เธอก็ต้องหามาประเคนให้มัน เสียยุบเสียยับเสียจนนับไม่ถ้วนล่ะก็ไม่ว่า…พ่อนักปั้นดาวเอ๋ย…”

                “เธอรู้ได้ไงว่าชั้นปรนเปรอเด็กขนาดนั้น…”  หัวหน้าบรรณาธิการหนุ่มชักมีน้ำโห “ความจริงชั้นเพียงแค่สนับสนุนเด็กให้มันได้ดิบได้ดีในสังคม  แค่นี้ก็พอใจแล้ว…”

                “โอ้ย…อยากทำบุญทำไมไม่ไปทำที่วัดล่ะยะ…ทำบุญกับเด็กหนุ่มๆน่ะ  ทำบุญหวังได้บาปรึเปล่าจ๊ะ..”ช่างแต่งหน้าสาวค่อนขอด “ชั้นเห็นก็พูดอย่างงี้กันทุกคน…ฮี่โธ่…แหม…สนับสนุนเด็กด้วยความเต็มใจไม่หวังอะไรตอบแทน  เชอะ…”หล่อนแบะปากใส่” สาบานกับใครก็สาบานได้  แต่สำหรับแม่บุญทุ่มคนนี้ล่ะก็ไม่มีทาง  ชั้นไม่เชื่อเธออย่างเด็ดๆว่าเธอน่ะไม่คิดอะไรกับพวกเด็กๆนั่น…”

                “นี่เธอจะเชื่อหรือไม่นั่นมันก็เรื่องของเธอ…แต่ชั้นขอยืนยันว่าชั้นน่ะไม่เคยจะต้องเสียเงินเสียทองกับอีเรื่องพรรค์อย่างว่า…และก็อีกอย่างชั้นก็เห็นด้วยกับนังสงสัยมันนะ…ที่มันว่าเซ็กซ์น่ะน่าจะมากับความโรแมนติกบ้าง…ไม่ใช่คว้าได้คว้าเอา  เอาเงินฟาดหัวแล้วลากเข้าถ้ำเหมือนมนุษย์หิน…”

                “ว้าย…อภิโธ๋…อภิถัง…พ่อนักปลุกปล้ำ…เอ้ย..ปลุกปั้นคนดังแห่งนิตยสารยูแอนด์กูขา…อีชั้นเพิ่งตระหนักอยู่เดี๋ยวนี้เองว่าคุณก็มีความโรแมนทีกในหัวใจเหมือนนังสงสัยเข้าให้ด้วยอีกคน…ใช่สิ..”บุญทุ่มทำเสียงประชดประชัน”ใช่สิ…โรแมนติกเสียเหลือเกิน  เธอจำไม่ได้หรือยะเธอ  ว่าเธอน่ะร้องไห้ขี้มูกย้อยมากี่ครั้งกี่หนแล้ว กับไอ้เรื่องรักช้ำทรวงจากบรรดาเด็กหนุ่มๆหน้าปกของหล่อนน่ะ กี่รายต่อกี่รายมาแล้วล่ะ มีรายไหนมันมอบความโรแมนติกกลับมาสนองพระคุณให้เธอบ้างรึยัง พ่อบอกอจอมปั้น…”

                เมื่อถูกจี้ใจดำตรงเป้าเผง เสริมส่งซึมไปชั่วขณะ “ก็พอมีบ้างหรอกนะทีมันดีๆน่ะ…” บอกอหนุ่มกลืนน้ำลายลงไปในลำคออันแห้งผากก่อนพูดต่อ “ก็คงไม่ทุกคนหรอกน่าที่มันจะเนรคุณเรา…” ระหว่างนี้ทุกคนที่ฟังอยู่สังเกตุเห็นเขากัดฟันเบาๆเวลาพูด

                “ในที่สุดเธอก็ยอมรับแล้วสินะว่าส่วนใหญ่น่ะเนรคุณทั้งเพ…อีโธ่เอ้ย…ไอ้เด็กพวกนั้นมันก็เห็นเธอเป็นเพียงเครื่องบินเก่าๆลำหนึ่งที่มันจะขี่ทะยานไปในท้องฟ้ากว้าง พอมันเจอลำใหม่ที่ไฉไลกว่ามันก็จะสลัดลำเก่าๆทิ้งซะ…”

                “หนูว่าเรามาหาเรื่องหนุกๆกว่านี้คุยกันไม่ดีหรือเจ้าคะ…”  กะเทยสาวใช้ แทรกเข้ามาเมื่อบรรยากาศในการสนทนาชักเริ่มไม่ค่อยจะโสภา “พูดเรื่องผู้ชงผู้ชายกันทีไรถกเถียงกันไม่เลิกซะที  หนูว่าเกิดเป็นกะเทยแต๋วอย่างหนู  เป็นครึ่งๆกลางๆอย่างคุณบุญทุ่ม หรือเป็นแบบแอบแฝงอย่างคุณเสริม  ก็ล้วนต่างคนต่างคิดว่าวิธีหาผู้ชายของตัวเองน่ะดีที่สุด  แต่หนูฟังๆคุณๆเถียงกันไปมาก็เลยคิดว่ามันก็ลำบากลำบนพอๆกันนั่นแหละ…”

                “อุ้ย..ทำเป็นหูตาสว่างขึ้นมาล่ะนังกะเทยคลองเตย…เออนี่นังสงสัย…แลัวแกไม่สงสัยรึว่าคนแบบคุณบันเทิงเขาคิดเขาทำอย่างเรากันบ้างรึเปล่า…ดูสิมัวแต่กัดกันจนลืมไปเสียสนิทว่ามีแขกคนสำคัญในห้องนี้ด้วย…”

                “ไม่เป็นไรหรอกครับ…คุยกันต่อไปเถอะ…ผมชอบฟัง สนุกดีครับ…”  เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึก ยังคงรักษามาดดาราเอาไว้โดยยังไม่มีอะไรหลุดหล่น

                “จริงเจ้าค่ะ…คุณบุญทุ่ม คุณเสริมส่ง  หนูเนี่ย…สงสัยมาตั้งแต่แรกแล้วแต่ไม่กล้าถามว่าคุณบันเทิงพระเอกรูปหล่อเนี่ยเขาจะเป็นอย่างพวกเรา…” ระหว่างพูดนังสงสัยเกิดอาการไม่มั่นใจขึ้นมาว่าจะถามตรงๆดีหรือไม่ “คือ…คือว่า…หนูหมายความว่าคุณบันเทิงเนี่ยแกชอบผู้ชายหรือชอบผู้หญิงคะ…หรือว่าชอบกะเทยแบบหนู…” หล่อนทำท่าม้วนต้วนก่อนพูดต่อ “แหม…ถ้าชอบกะเทยก็ดีสิเจ้าคะ…รูปร่างหน้าตาแบบเนี้ย สะเป๊กหนูเด๊ะเลย…” ว่าพลางหล่อนบีบคลึงแขนแมนอันกำยำล่ำสันของพระเอกละคอนหนุ่ม

                “อีนี่ละก็ใกล้ผู้ชายเป็นไม่ได้…เป็นเลื้อยเข้าใส่ทุกที…”  บุญทุ่มว่าพร้อมกับตบนางกะเทยสาวเบาๆ

                “หนูเคยแต่อ่านตามหนังสือดารา…พวกดาราพวกนักแสดงเนี่ย เวลามีข่าวก็มักจะตกเป็นข่าวว่าเป็นแฟนกับนางเอกคนนั้นดาราสาวคนนี้  จนดูเหมือนว่าวงการดารงดาราเนี่ย ไม่มีแต๋วไม่มีตุ๊ดกันเสียเลยอย่างงั้น…”

                “ตรงข้ามกับที่เธอคิดเลยนะสงสัย…”  ชายหนุ่มหลุดประโยคหนึ่งจากปาก  ทำให้อีกสามคนตั้งใจฟัง”ในวงการที่ผมอยู่เนี่ยมีคนแบบเราๆแทบจะเดินชนกันตาย แต่เพราะความมีชื่อเสียงเป็นบุคคลของประชาชน บุคคลกลุ่มนี้จึงต้องสงบจิตสงบใจไม่แสดงออกถึงความต้องการ  ไม่ใช่แต่พวกดารานักแสดงอย่างฉันหรอกนะ ในวงการอื่นๆเช่นครู อาจารย์ นักการเมือง หรือแม้แต่พวกข้าราชการระดับสูงๆก็ต้องทำตัวเรียบๆอย่างฉันเหมือนกัน…จะไปเทียวทำตัวเละเทะสำส่อนเปิดเผยสำส่อนอย่างพวกเธอน่ะคงไม่สะดวกนัก…”

                ประโยคท้ายๆจากปากบันเทิง ทำให้ผู้คนในห้องอีกสามคนสะดุ้งเล็กๆ

                “เอ๊ะ…แล้วอย่างงั้นพวกคุณไม่เก็บกดล้มประดาตายกันไปหมดรึคะคุณบันเทิงขา…” นังสงสัยฉงนใจ

                “นั่นน่ะสิ…เป็นดาราชื่อดัง แถมรูปหล่อออกปานนี้ จะไปเที่ยววิ่งจับผู้ชายตามสวนลุมอย่างนังสงสัยก็กระไรอยู่…”  บุญทุ่มก็ฉงนด้วย

                “อุ้ย…จะไปเที่ยวออฟเด็กตามบาร์มานอนอย่างคนบางคน “ สงสัยตอกกลับชำเลืองตาไปทางนายจ้าง”ก็ทุเรศอยู่ดีนั่นแหละ…เอาเป็นว่าคุณมีวิธีแอ๊วผู้ชายอย่างไรกันคะคุณบันเทิง   ถึงจะดูไม่น่าเกลียดน่ะ…”

                บันเทิงถอนหายใจยาว ยกแก้วเหล้าขึ้นซดก่อนจะว่า…”คืออย่างงี้…พวกผมมักจะมีแหล่งบันเทิงมีระดับโดยเฉพาะ จะจีบจะหิ้ว หรือเวิร์คกันก็จะดูไม่น่าเกลียดหรอก  ถ้ามีโอกาสพวกคุณน่าจะลองไปดู…”

                “ดีเจ้าค่ะ…ดีเจ้าค่ะ…” สงสัยสนใจจนออกหน้า “หนูก็อยากจะไปหาแหล่งใหม่ๆอยู่พอดี เบื่อสวนลุม  คลองหลอด วังสราญรมย์ จะแย่อยู่แล้ว  อยากหาที่ที่มันไฮโซจับผู้ชายกะเขาบ้าง  เบื่อคนดูถูกจะแย่อยู่แล้ว”  ว่าจบหล่อนเหลือบไปมองเจ้าบ้าน  ในขณะที่ฝ่ายนั้นค้อนตากลับรอท่าอยู่แล้ว…

                “เออ…คุณบันเทิงขา…แล้วไอ้ที่ที่ว่านั่นมันมีผู้ชายแยะมั้ยคะ..  แหม…ถ้ามีแยะจริงล่ะก็ชั้นแม่บุญทุ่มซะอย่าง จะซื้อมานอนให้หมดเชียว…”

                “แม่คนนี้ก็…” เสริมส่งตบไหล่บุญทุ่มดังพลั่ก “ เห็นผู้ชายเป็นสินค้าไปเสียหมด อาไร้…จะซื้อท่าเดียว หัดใช้เสน่ห์ผูกมัดใจชายซะมั่งสิเธอ…ที่นั่นน่ะเขาไม่มีหาบเร่แผงลอยให้เธออุดหนุนหรอกนะแม่บุญทุ่ม…”

                “จ๊า…”บุญทุ่มลอยหน้าเยาะเย้าพร้อมโต้ฝีปากกลับไป “เสน่ห์ผูกมัดใจชาย…แล้วตอนเนี้ยเธอผูกมัดใจเด็กไว้ในอ้อมอกสักกี่คนจ๊ะพ่อบอกอเสน่ห์แรง  ชั้นเห็นผ่านมาแล้วก็ผ่านไป  พอมันดังแล้วก็ลืมหลังควายอย่างเธอกันหมด…”

                “นี่คุณๆขา…อย่ามัวกัดกัน…เอ้ย…ทะเลาะกันอยู่เลย ” สงสัยรู้สึกรำคาญขึ้นมาบ้าง ”…หนูน่ะประสาทจะแดกอยู่แล้ว…อยากจะฟังคุณบันเทิงเขาเล่า…ไม่อยากได้ยินเสียงปี่เสียงกลองเสียงฉิ่งเสียงฉาบของคุณๆ…”

                “ชั้นเล่าให้ฟังแทนก็ได้  ที่ที่คุณบันเทิงเขาบอกน่ะชั้นรู้จักดี…”  เสริมส่งเสนออ้าง

                “เธอเคยไปเรอะ…ถึงได้ออกตัวน่ะ…” บุญทุ่มว่า

                “โอ้ย…ทำไมจะไม่รู้จัก…แต่ไม่นิยมไปหรอก  ฮี…คนอย่างบอกอเสริมส่งไม่จำเป็นต้องไปเปลืองกายเปลือยใจกับสถานที่อย่างงั้นร็อก  มีอย่างที่ไหน สถานที่อะไรก็ไม่รู้  มีแต่คนนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเดินอ่อยเหยื่อไปมาน่าอุจาดตาจะตายไป…”

                “จริงหรือคะ…” นังสงสัยทำตาโต “อย่างงี้ก็เห็นหมดสิท่า ว่าใครสูงขาวยาวใหญ่ขนาดไหน…”

                “อุ้ย…ถ้าเช่นนั้นก็คัดเอาแต่สินค้าคุณภาพได้น่ะสิ…ไม่ต้องกลับมาผิดหวังที่บ้าน…” บุญทุ่มเก็งกำไรไว้ล่วงหน้า

                “ทุเรศ…นี่พวกเธอ…เห็นดีเห็นงามกับสถานที่อ่อยเหยื่อแบบนั้นกันหมดเลยหรือ…”เสริมส่งทำท่ารังเกียจ “ชั้นไม่เอาด้วยหรอกคนมีแฟนเป็นตัวเป็นตนอย่างชั้นจะไปทำไม …” จบประโยคท้าย สายตาทั้งสามคู่รวมตัวกันเล็งมาที่ผู้พูด ทำให้เสริมส่งต้องสาธยายต่อ… “ อ้อ…ชั้นลืมบอกพวกหล่อนไปว่าชั้นน่ะมีแฟนแล้ว เป็นนายแบบรูปหล่อลูกครึ่งฝรั่งเศสด้วยนะ…เขาน่ะรักฉัน…แล้วฉันก็รักเขา…เรารักกันปานจะแหกตูดดม แล้วเรื่องไรชั้นต้องไปทำสำส่อนที่นั่นด้วย…”

                บันเทิงกระซิบที่ข้างหูเสริมส่ง …”ฉันเคยเจอผัวนายแบบลูกครึ่งของเธอ…ที่นั่นด้วย…บ่อยมาก…”

                “ไม่จริง…เขาไม่ทำอย่างงั้นหรอก” เสริมส่งตีโพยตีพายเหมือนไม่เชื่อหู “เธอต้องเม้าท์ชั้นแน่ๆ…น้องแจ็คของฉัน เขาไม่ใช่ผู้ชายสำส่อนอย่างงั้นแน่…”

                “เม้าท์หรือไม่เธอต้องไปดูเอาเอง…” บันเทิงท้าให้พิสูจน์ “เห็นไหม…ผัวเธอก็เป็นนายแบบ เป็นคนมีชื่อเสียงจะให้เขาไปสำส่อนตามสนามหลวงได้อย่างไรกัน…”

                “แต่เขาบอกว่าเขารักฉันคนเดียว…”  บอกอหนุ่มยืนยันในรักแท้

                “รักเธอคนเดียวแต่อาจจะมั่วกับกับอีกหลายคนก็ได้นี่…” แม่บุญทุ่มเน้นสัจจธรรม “รักก็ส่วนรัก…อยากก็ส่วนอยากสิจ๊ะเธอ…สำหรับฉันไม่เชื่อหรอกว่าสังคมแบบนี้มันจะมีรักแท้  สู้เอาเงินซื้อเอาดีกว่า จะหาหล่อเริ่ดสักเพียงใดก็ถูกใจตามประสงค์…”

                “คุณบันเทิงขา…”สงสัยสะกิดพระเอกหนุ่ม “ สถานที่ที่ว่านั่น เค๊าเรียกว่าอะไรซาวนะคะ ซาวน้ำ หรืออะไรซาวๆนี่แหละ..ใช่ไหมคะ…หนูเคยอ่านเจอในหนังสือมาลีน่ะ…”

                “เขาเรียกซาวน่าครับ…” ชายหนุ่มอธิบายกลั้วหัวเราะ “ แล้วหนังสือที่เธอว่าน่ะเขาเรียกหนังสือเมล ไม่ใช่มาลี…ที่นั่นน่ะ…เขาจะมีห้องหลายห้อง มีห้องออกกำลังกาย ห้องอาบน้ำ อ่างน้ำวน และห้องอบซาวน่าทั้งแบบไอน้ำ และความร้อน…ห้องที่สำคัญที่สุดเห็นจะเป็นห้องมืดสำหรับอ่อยเหยื่อและไม่ต้องการเห็นหน้ากันให้ตะขิตตะขวงใจ…”

                “นั่นแหละที่น่าแขยงที่สุด…” เสริมส่งตัวซี้ตัวสั่นเข้ากับสิ่งที่พูด “อาไรกัน…จะเอากันทั้งทีก็ไม่เห็นหน้าค่าตากัน ลูบตูดไม่มีหางก็สมสู่กันได้…ทุเรศที่สุด…”

                “แต่หนูว่าน่าสนุกดีเนอะ…” สงสัยมีอารมณ์ร่วม “เอามือควานไปทางไหนคงจะมีแต่ผู้ชายระบมไปหมด…”

                “อย่างหล่อนน่ะ…เห็นทีต้องไปหั่นผมแล้วตัดนมทิ้ง ให้สังขารดูเป็นผู้ชายก่อน…คนที่นั่นน่ะเขาไม่ต้อนรับกะเทยนุ่งโสร่งอย่างหล่อนหรอกย่ะ…” บุญทุ่มออกความเห็นตามที่รู้มาบ้างเหมือนกัน

                “คุณเองก็เหมือนกันแหละน่า…มาว่าแต่หนู…” กะเทยนุ่งผ้าถุงย้อนนายจ้าง

                “อะไร…ชั้นแค่แก้ผ้าออก นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวก็ดูเป็นแมนแล้ว…นี่แหละหนาข้อดีของกะเทยหัวโปกอย่างฉัน” บุญทุ่มว่าพร้อมกับตีสีหน้าภูมิใจเล็กๆ  “เออ..ว่าแต่ว่า…หากจะไปใช้บริการที่นั่น ชั้นต้องเตรียมงบประมาณสักเท่าไรจึงจะพอ…”บุญทุ่มชักสนใจจึงเอ่ยกับดาราละคอนทีวีรูปหล่อ

                “ สักสองร้อยก็น่าจะพอแล้ว…” ชายหนุ่มว่า

                สงสัยทำตาตื่น…”โห…ตั้งสองร้อย…ค่าโรงแรมจิ้งหรีดตั้งสี่ห้ามื้อเลยนะเนี่ย…”

                “ว้าว…ทำไมมันถูกอย่างงั้น…” แม่บุญทุ่มได้ใจ

                “ปรกติเสียเป็นพันเป็นหมื่นใช่มั้ยล่ะจ๊ะแม่คุณ…” เสริมส่งค่อนเข้าให้ “ไหนจะค่าออฟเอย ไหนจะค่าโรงแรมเอย ไหนจะค่าเหล้าค่าเบียร์ เอย แล้วยังจะค่าตัวเด็กอีก โอ้ย..จิปาถะจะเสียแต่เงิน…”

                “ไม่เหมือนเธอนี่ยะ…” บุญทุ่มไม่วายแยกเขี้ยวใส่เพื่อนอีกครา “ เสียแค่รถยนตร์กับโทรศัพท์มือถือไปกับไอ้จิมนายแบบหน้าปกคนก่อนน่ะ…”

                “ไม่เอาล่ะชั้นเลิกเถียงกับเธอแล้ว…” หัวหน้ากองบรรณาธิการหนุ่มรู้ตัวว่าฝีปากไม่คมพอที่จะตอบโต้ ทั้งยังเกรงว่าเบื้องลึกของบอกอจะถูกแคะคุ้ยจึงเบนเข็มไปทางอื่น..”นี่…คุณบันเทิง…ว่างๆช่วยพาผมไปสักทีสิ.. ต้องไปพิสูจน์ ว่าเรื่องที่คุณว่ามามันจริงเท็จแค่ไหน…”

                “ถ้าพี่ไปดู…ให้หนูไปด้วย…ถ้าพี่ไปดูให้หนูไปด้วย…” นังสงสัยร้องเป็นเพลงลูกทุ่ง “พรุ่งนี้หนูกร้อนผมเป็นผู้ชายเลย ไม่เป็นมันแล้วกะทงกระเทย…”

                “นี่…นังเสริมส่ง หากเธอเจอผัวลูกครึ่งของหล่อนจริงอย่างที่คุณบันเทิงเขาว่า เธอจะทำยังไงยะ” บุญทุ่มหยั่งเชิง “ชั้นหวังว่าคงไม่เกิดคดีฆาตกรรมชิงรักหักสวาทกันในซาวน่าหรอกนะ…”

                ฝ่ายผู้ถูกถามไม่ตอบ กลับทำท่าเมินเฉยราบเรียบ

                “ถ้าจะไปกันจริงๆล่ะก็พวกคุณต้องปรับปรุงตัวกันเสียก่อน…” ดาราทีวีแนะ

                สงสัยก้มมองสารรูปตนเองและคนรอบข้างพลางว่า…“จะต้องปรับปรุงอะไรมากมายเจ้าคะ…”

                “ทำตัวให้ดูเป็นผู้ชายครับ…” ชายหนุ่มพูดหนักแน่น

                “……………………………..”  คนอื่นหันมามองหน้ากันและกันอย่างงงๆ

 

สัปดาห์ผ่านมา…

                “เป็นไงบ้างเจ้าคะ…ผมทรงใหม่ของหนู…”

                นังสงสัยฉอเลาะถาม หล่อนยืนกระบิดกระบวนในผ้าขนหนูผืนเดียว   ทรงผมที่เคยยาวเป็นกระเซิงถูกกร้อนสกินเฮด แนบหนังหัว  หน้าตาซึ่งเคยโบกหนาด้วยเครื่องสำอางราคาถูกๆ กลับมาดูซีดๆตามธรรมชาติ…

                “ผมสั้นแบบนี้ก็ดูเป็นบอยดีหรอกนะ…แต่ผ้าขนหนูนั่นสิ เอามานุ่งไว้ตรงเอวน่าจะดีกว่า…” บันเทิงซึ่งกำลังยืนเปลือยท่อนบนหวีผมอยู่หน้ากระจกหันมาวิจารณ์

                “แหม…คุณก็…” หล่อนว่าพลางกระมิดกระเมี้ยนปลดผ้าที่กระโจมอกออกมานุ่งท่อนล่าง “มันไม่ค่อยคุ้นนี่เจ้าคะ…” หล่อนเอามือประสานไว้ตรงหว่างอกเหลือบตามองข้างๆอย่างเอียงอาย “ดูสิ…ผู้ชายทั้งนั้นเดินกันยั้วเยี้ยไปหมด…”

                “ต๊าย…..คุณผู้ชาย……”

                บุญทุ่มแผดเสียงตั้งแต่โผล่พ้นขอบวงกบประตูล็อคเกอร์เข้ามา…เสียงไฮไฟของเธอทำให้เสริมส่งซึ่งตามเข้าติดๆรีบเอามือปิดปากไว้ มองซ้ายขวาด้วยความระแวงคนรอบๆข้าง…

                “นี่แก…เบาๆหน่อย…” บอกอหนุ่มปราม “เดี๋ยวผู้ชายก็หนีกระเจิงไปหมดหรอก…”

                “โอ๊ย…ทำไมต้องแคร์  ฉันเองก็ผู้ชายนะยะ…” ว่าแล้วแม่บุญทุ่มซึ่งตอนนี้กลายเป็น  “พ่อบุญทุ่ม”โพสต์ท่าเบ่งกล้ามเหมือนชายงามให้เหล่าสหายดู..

                “ว้าย…กล้ามใหญ่กล้ามโตจริงหนอ…พ่อบุญทุ่ม…” สงสัยกรายเข้ามาลูบคลำเรือนร่างของนายจ้างหนุ่ม ลูบไล้จนกระทั่งถึงใบหน้าอันนวลผ่อง… “แต่แหมคุณผู้ชายเจ้าขา…ใช้เครื่องสำอางค์ชนิดกันน้ำซะด้วย มาอบซาวน่านะเจ้าคะ ไม่ใช่มาเดินแฟชั่นโชว์…แถมอาบน้ำหอมมาซะฟุ้งจรุงใจเชียว…” สงสัยว่าพร้อมกับทำจมูกฟุตฟิต

                “อ๊าว…ม่ายงั้นก็เสียชื่อช่างแต่งหน้ามือหนึ่งของเมืองไทยสิจ๊ะหล่อน…” บุญทุ่มจีบปากว่า

 

 

 

 

ที่โต๊ะกาแฟบนดาดฟ้า ของสถานบริการแห่งนั้น….

                “ทำไมผู้ชายมันถึงเยอะแยะยั้วเยี้ยกันอย่างงี้…รู้งี้ชั้นมาตั้งนานแล้ว…” บุญทุ่มพูดหลังจากส่ายสายตาไปรอบๆ “อู้ฮู…คนโน้นก็เริ่ด…อ้าฮา…คนนั้นล่ำ…โอ้โฮ…คนนี้ก็หล่อ…” หล่อนครางปากคอสั่น “โอยหัวจิตหัวใจดวงน้อยๆของแม่บุญทุ่มจะวาย…”

                บันเทิง นั่งจิบกาแฟมาดเท่ พลางพ่นบุหรี่ควันโขมง  ส่วนเสริมส่งเงี่ยหูชำเลืองตาดูบุญทุ่มน้ำลายหกแหมะๆ  หัวหน้ากองบรรณาธิการหนังสือคนดังวางท่าไม่แยแสต่อเร้าสิ่งรอบข้าง เขานั่งไขว่ห้างจิบกาแฟพลางเปิดแม็กกาซีนจากเมืองนอก ชำเลืองตาดูผู้คนรอบข้างแบบไว้เชิง…

                “แล้วนี่นังสงสัย  ลูกน้องก้นกุฏิของเธอมันไปมุดหัวตรงหลืบไหนซะแล้ว หายแว๊บไปตั้งแต่ออกจากลอกเกอร์แล้ว…”  เสริมส่งเอ่ยขึ้น

                “ตอนแยกกันไป เขามาบอกกับผมว่าเจอคู่ขาเก่า เลยขอตัวไปกะเขา…” นักแสดงหนุ่มตอบแทน

                “อาไร้…สถานที่นี้ออกจะเลิศหรู  นังสงสัยมันเม้าท์รึเปล่า…” บุญทุ่มทำหน้าฉงน “ เด็กแถวสนามหลวงรึจะมีปัญญามาเหวี่ยงแหแถวนี้…ไม่ได้การเดี๋ยวชั้นต้องไปดูมันซะหน่อย  หนอย..นังคนนี้ อุตส่าห์พามาเที่ยวดั้นมาทิ้งเราซะนี่…”  ว่าแล้ว”หล่อน”ก็ลุกขึ้นกระชับผ้าเช็ดตัวที่นุ่งแล้วผลุนผลันไปยังชั้นล่าง…

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                ยี่สิบนาทีถัดมา…

                นังสงสัยในมาดเด็กหนุ่มบ้านนอก เดินนวยนาดมานั่งที่โต๊ะกาแฟตัวเดิม…รอยยิ้มอันอิ่มสุข ทำให้อีกสองหนุ่มอดไม่ได้ที่จะไถ่ถาม…

                “ไปไหนมา…ระวังแม่บุญทุ่มของแกจะวีนเอา….”  เสริมส่งว่า “ แล้วนี่ไปคว้ามาได้สักกี่ไม้แล้วล่ะ …เห็นหายไปจนชั้นกับคุณบันเทิงซดกาแฟหมดไปคนละสามถ้วยแล้ว…”

“แหม…ไม้เดียวก็เกินพอแล้ว สำหรับไม้แท่งเก่าๆอย่างน้องโจ…”

สงสัยว่าพลางทำตาปรอย “ไม่ได้เจอกันตั้งนาน พ่อหนุ่มน้อยลูกครึ่งซึ่งเมื่อก่อนขี้มูกราขี้ตากรัง กลายเป็นหนุ่มเต็มตัว แถมอะไรต่อมิอะไรของเขาก็เต็มปากเต็มคำเต็มไม้เต็มมือไปซะหมด…”

                กะเทยบ้านนอกเล่าพลางทำท่าหวีดหวิว  พลอยให้ผู้ฟังทั้งสองจินตนาการ เผลอกลืนน้ำลายลงคอไป…

                “มานั่งปั้นเจ๋ออยู่นี่เองรึนังกะเทยคลองเตย…”  บุญทุ่มกลับมาที่โต๊ะพร้อมกับบทเทศนา “หายหัวไปกะไอ้หนุ่มหน้าจิ้งเหลนคนไหนล่ะ…”

                “จิ้งเหลนจิ้งจกอะไรเจ้าคะ…ของหนูออกจะสูงยาวขาวแต่ไม่ตี๋ เพราะเป็นครึ่งฝอฮ่ะ…หนูน่ะเคยอึ๊บกันตั้งแต่ปากมันยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมแล้ว…เดี๋ยวนี้โตเป็นหนุ่ม อูย…ขาวจั๊วะน่าเจี๊ยะ…” สงสัยโอ้อวด

                “น้องเจของชั้นก็ลูกครึ่งนะจ้า…” บุญทุ่มว่าพลางกรีดนิ้วใส่จริต “ ลูกค้าประจำกันตั้งแต่อยู่บาร์หนวดสยามนามกระเดื่องโน้นแน่ะ…ไม่นึกเล้ยว่าบุพเพจะมาอาละวาดถึงที่นี่ได้…โอ…มายก็อต…” ช่างแต่งหน้าหนุ่มออกอาการเคลิบเคลิ้ม “ พ่อเจของพี่บทบาทยังไม่ตกไปเลยแม้แต่นิดเดียว…อา…สะใจชั้นจริงๆ…”

                “โอ๊ย…ปวดท้องขี้…” เสริมส่งโพล่งออกมาดิบๆ “ฟังอีสองคนนี่เม้าท์กันแล้วชั้นขมิบไว้ไม่ไหวจริงๆ …เดี๋ยวมา…”  ว่าแล้วหัวหน้ากองบอกอคนดังก็สะบัดตูดจากไป…

                “อิจฉาเพื่อนฝูงล่ะสิท่า…นี่คงจะเตรียมตัวทำแท้งไว้เวิร์คมั่งล่ะซี้…เห็นผู้ชายแยะเข้าหน่อย ทำเป็นระบบทางเดินอาหารถ่ายเทขึ้นมาเชียว บุญ…”  ทุ่มค่อนขอด

                “แล้วนี่คุณบันเทิงไม่คิดจะไปเดินจับเหยื่ออย่างพวกเราบ้างเหรอ…นั่งซดแกแฟนานๆระวังรากจะงอกนะจ๊ะ…” บุญทุ่มว่า

                “คือว่า…ผมทำตัวแบบพวกคุณไม่ได้หรอก มันจะน่าเกลียด…” ดาราทีวีหนุ่มยังรักษามาดพระเอกไว้อย่างแน่นหนา “ ปกติเวลามาที่นี่ผมชอบนั่งดื่มกาแฟบนดาดฟ้านี้ครับ  ดูอะไรๆไปเพลินๆ เบื่อนักก็ลงไปออกกำลังกายในห้องยิมข้างล่างนั่น…”

                “ว้า…นั่งวางท่าเป็นพระเอกแบบนี้ มันจะเพลิดเพลินตรงไหนเจ้าคะ…สู้ลงไปสะว่านหานางเอกในห้องมืดๆยังจะมันกว่า…” นังกะเทยบ้านนาออกความเห็น

                นักแสดงหนุ่มอ้ำๆอึ้งๆก่อนจะต่อความ… “เอาเป็นว่าผมมีนัดกับใครสักคนตรงนี้นะครับ…พวกคุณจะไปไหนก็ไป ตามสบายก็แล้วกัน…”

                เกือบจะในจังหวะเดียวกันที่บุญทุ่มและสงสัยจะลุกจากไป   พลันก็ปรากฏร่างหนึ่งตรงดิ่งมาที่โต๊ะกาแฟพร้อมกับยิ้มทักทายดาราหนุ่มอย่างคุ้นเคย  ทั้งสองโผเข้าโอบกอดกันพร้อมกับแลกจุมพิตกันอย่างดูดดื่มโดยไม่ทันได้สังเกตคนอีกสองคนที่กำลังลุกขึ้นยืนดูด้วยอาการตะลึงงัน…

ชายหนุ่มร่างสมาร์ท หุ่นนายแบบ ใบหน้าคมสันบอกชัดว่าเป็นหนุ่มลูกครึ่ง ร่างหล่อล่ำที่ห่อหุ้มท่อนล่างเพียงผ้าผืนน้อยเร้าอารมณ์ยิ่งนัก…

และแน่นอน…สะดุดตาออกเพียงนี้  ใครจะจำหนุ่มหล่อผู้นั้นไม่ได้….

“น้องโจ…”  นังกะเทยบ้านนอกอุทานตาโตแทบสลบ !

“น้องเจของแม่บุญทุ่ม…”  เมคอัพอาร์ตทิสถึงกับเข่าอ่อนในบัดดล !

“พี่บันเทิงฮะ รอเจมส์นานไหมฮะ…” ริมฝีปากอันบางเฉียบออดอ้อนกับดาราทีวีคนดัง” คือว่า…วันนี้เจมส์ติดถ่ายแบบครับ..เลยมาช้าไปหน่อย…เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ผมจะขับรถไปส่งพี่ที่กองถ่าย จะได้หายโกรธไง…”

“น้องโจ..น้องเจ…น้องเจมส์…ของใครไม่สำคัญ…” หัวหน้ากองบอกอคำรามมาแต่ไกล “นี่มันน้องแจ็คของกูโว๊ย……”

ทั้งหมดตกอยู่ในความตะลึง ก็ใครจะนึกว่านิยายรักเรื่องนี้จะอวสานแบบโศกนาฏกรรม !!!

 

จบดีกว่า..