ฉบับสุดท้ายถึงแม่...

เรื่องสั้น(ที่สุด)   ของ           ภูพิสิฐ   หอมธูปพรหม  

Hit Counter

 

มุมหนึ่งภายในห้องที่เงียบเหงา หน้าเครื่องพิมพ์ดีดสีเหลืองที่แม่ซื้อให้

๑๒  เมษายน  ๒๕๓๐

กราบเท้าแม่ที่เคารพอย่างสูง…

                แม่ครับ…เนื่องจากวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของแม่ ผมทราบดีครับว่าแม่นั้นไม่ต้องการสิ่งของใดๆจากลูกๆ นอกจากคำอวยพรเล็กๆที่แม่อยากได้เหมือนปีก่อนๆ อีกทั้งการแสดงความรักบ้างนิดหน่อยจากลูกที่แม่เคยฝันถึง…

                ครับ…ผมทราบดี ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ผมจึงอยากจะอ้อนวอนสิ่งศักดิ้ทั้งปวงมอบพรอันเป็นมงคลแก่แม่ครับ…

                แม่ครับ…มีอะไรบางอย่างซึ่งผมอยากจะบอกกับแม่ มันเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยพูดกับใครมาก่อนเลย สิ่งแรกทีเดียวผมอยากให้แม่ได้รับรู้ว่าผมรักและเคารพแม่มากที่สุดในโลกครับ นั่นก็เพราะแม่คือเจ้าชีวิตโดยแท้ของผม ไม่ว่าอะไรมันจะเกิดขึ้นก็ตามที ขอให้แม่วางใจเถอะว่าผมยังคงเป็นเด็กดีคนเดิมของแม่  คนที่แม่พร่ำสอนอบรมมากับมือแม่ไงครับ…

                แม่ครับ…และสิ่งต่อไปนี้ผมคิดว่ามันถึงเวลาแล้ว…

                ถึงวันนี้ผมไม่เสียดายหรือเสียใจเลยครับที่ได้ก่อเกิดมาเป็นลูกของแม่ แม่ดีเด่นหรือแม่ยอดเยี่ยมที่เขาแจกรางวัลกันโครมๆ นั่นมันคืออะไรกันครับ เขาเอาอะไรหรือมาเป็นบรรทัดฐานในการวัด “ความดี”ของคน หรือเพียงเพราะว่าเป็นแม่ของคนดังมีชื่อเสียงเขาถึงได้รู้เห็นและเรียกมารับรางวัล  หากผมมีรางวัลจะมอบให้บ้าง ผมจะยกรางวัลแม่ผู้กล้าหาญและเด็ดเดี่ยวให้กับแม่เพียงคนเดียว ทั้งยังอาจจะแถมรางวัลแม่ผู้ทุลักทุเลให้แม่อีกสักรางวัลก็ยังได้…

                ผมรู้ครับว่าแม่เหนื่อยเหลือเกิน…เหนื่อยกับชีวิตที่ดิ้นรนต่อสู้มาเป็นเวลายาวนาน เหนื่อยกับการที่ต้องกระเตงเลี้ยงดูลูกทั้งสามคนแต่เพียงผู้เดียว แม่ครับ…วันนี้แม้จะดูหม่นหมองไปบ้าง แต่แม่จงภาคภูมิใจเถอะครับว่าแม่นั้นได้ทำหน้าที่ของ “แม่”โดยสมบูรณ์แล้ว แม้ว่าแม่จะไม่เคยมีสามีที่แสนดีคอยยืนอยู่เคียงข้าง หรือมีลูกเป็นนายร้อยห้อยปริญญาเป็นหาง แม้ว่าผลิตผลจากแม่จะดูกระท่อนกระแท่นไปบ้างก็เถอะ แต่นั่นก็มิใช่เรื่องสำคัญแต่ประการใดเลย  เพราะแม่ได้สร้างสมาชิกของสังคมที่เป็นคนดี ผมขอยืนยันตรงนี้เลยครับว่าไม่มีลูกคนไหนของแม่เลวร้าย เป็นโจรห้าร้อยหรือขยะสังคมเลย

                แม่ครับ…แม่ได้พิสูจน์ให้ผมและสังคมได้รู้ว่า ความจนและความลำบากนั้นไม่ได้เป็นอุปสรรค์ในการสร้าง “คน” เลยแม้แต่นิดเดียว

            แต่ “คน”ที่แม่ได้สร้างขึ้นมาอย่างผมนี่สิครับ ยังต้องครุ่นคิดหนักอยู่ตลอดเวลา ผมจะมีความสุขไปได้อย่างไรครับแม่ ในเมื่อมีบางสิ่งในใจที่มันยังคั่งค้างคอยหลอกหลอน แม่ครับ…ผมยังมีสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นความลับกับแม่มาโดยตลอด ผมไม่สบายใจ ผมไม่มีความสุขเลยครับแม่ บางครั้งผมต้องนอนร้องไห้เพียงลำพังเมื่อนึกถึงตอนเป็นเด็ก แม่เคยสอนไม่ให้ผมโกหก  ผมก็ปฏิบัติตามคำสอนของแม่มาโดยตลอด แต่มีเพียงเรื่องเดียว เรื่องที่ผมรู้สึกมีความผิดอยู่ตลอดเวลา เพราะผมได้โกหกแม่มาเป็นเวลานานเหลือเกินครับ ซ้ำผมยังโกหกสังคม โกหกแม้กระทั่งตัวเอง ผมพยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเองมาจนนับครั้งไม่ถ้วน ผลก็คือผมพ่ายแพ้ตัวเองมาโดยตลอด…

            แม่ครับ…แม่ช่วยผมด้วย…

                แม่…ผมรู้ว่าแม่คนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยให้ผมหลุดพ้นจากขุมนรกอันโหดร้ายนี้ได้  นรกที่แม่เคยบอกว่ามันอยู่ในใจนั่นไงครับ ตอนนี้มันกำลังกัดกินหัวใจผมจนสุดจะทนแล้ว…

ทำไมผมจะไม่รู้ว่าความรักที่แม่มีต่อผมนั้นมากมาย เพียงแต่ผมไม่รู้ว่ามันมีขอบเขตแค่ไหน…แม่จำได้ไหมครับแม่เคยบอกผมว่า “รอให้แกมีลูกเสียก่อน เมื่อนั้นแหละจึงจะรู้ว่าแม่นั้นรักและเป็นห่วงแกขนาดไหน…”

แต่…ผมคงไม่มีโอกาสรู้ได้ลึกซึ้งเหมือนแม่หรอกครับ…

เพราะชาตินี้ผมคงไม่มีโอกาสได้เป็น “พ่อ”ของลูกอย่างแน่นอน…

แม่ครับ…ถึงตรงนี้แม้ผมไม่บอกอะไรเพิ่มอีก  แม่คงจะเดาออกแล้วใช่ไหมครับ ว่าผมกำลังจะบอกอะไร…

แม่ครับ…ที่ว่าให้แม่ช่วยนั้น ผมไม่ได้หมายความว่าให้แม่มาช่วยให้ผมหยุดพฤติกรรมของผม พฤติกรรมที่คน “ส่วนใหญ่”ในสังคมยังไม่ยอมรับ ซึ่งหากจะหยุดพฤติกรรมนี้ผมคิดว่ามันก็คงยากพอๆกับห้ามฝนตกหรือแดดออกนั่นแหละครับ ผมอยากจะบอกแม่ว่า ผมเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ผมไม่ได้ฝืนธรรมชาติอย่างที่คนส่วนใหญ่เขาตราหน้าเลย เจ้าธรรมชาตินั่นต่างหากที่มันได้ปลุกปั้นสรรค์สร้างมนุษย์อย่างผมขึ้นมาเอง มันสร้างให้ผมเกิดมาเป็นนักสร้างสรรค์ไงครับ…

ผมเพียงแต่อยากได้แม่เป็นที่พึ่ง ได้มารับรู้ “ความจริง” เท่านั้นผมก็พอใจที่สุดแล้วครับ เหมือนตอนที่ผมยังเล็ก ผมเป็นไข้ไม่สบายแล้วมีแม่คอยดูแลอยู่ใกล้ๆนั่นไงครับ…

หากจะเปรียบคนแบบผมเป็นเช่น “คนพิการ” สังคมก็ควรจะให้ความเอื้ออาธรเอาใจใส่ ไม่ใช่มาคอยเหยียบย่ำซ้ำเติมให้เจ็บช้ำยิ่งไปอีก…

แม่ครับ…แม่จะคิดอย่างไรกับผมเมื่อรู้ความจริงเช่นนี้ แต่อย่างไรก็ดีผมก็หวังให้เหตุการณ์เป็นไปในทางที่ดีครับ แม้ว่าแม่จะโกรธจะเกลียดผมหลังจากที่ได้อ่านจดหมายฉบับนี้จบแล้วก็ตาม ผมจะขอถือสิ่งนี้เป็นนิมิตหมายอันดีงามสำหรับชีวิตผม ที่ได้มอบความสัตย์และความจริงใจกับในวันอันเป็นมงคลของแม่เช่นนี้…

และไม่ว่าอะไรมันจะเกิดก็ให้มันเกิด…ผมรู้สึกโล่งอกและสบายใจอย่างบอกไม่ถูก  วินาทีนี้ผมมีความสุขครับ…ที่มีโอกาสได้ระบายความลับอันเก็บกดอันนี้ออกไปเสียที…

แม่ครับ…ห้าปีที่ผ่านมาใช่ไหมครับที่ผมได้ใช้ชีวิตร่วมกับ “ปอล” ชาวต่างชาติคนนั้น แม่ไม่เคยถามถึงเลยว่าผู้ชายสองคนอยู่ร่วมกันในฐานะอะไร…แต่ผมก็เชื่อแน่ว่าคนอย่างแม่มิใช่ผู้หญิงดักดานไม่ประสีประสาเหมือนอย่างแม่คนอื่นๆทั่วไป

แม่ครับ…แม่เคยเชื่อไม่ใช่หรือครับ…ว่างานแต่งงานที่ถูกต้องตามประเพณี ตามฤกษ์ยามนั้นจะทำให้ชีวิตคู่ยั่งยืนตลอดรอดฝั่ง แต่แม่ลองหันกลับไปมองดูคู่บ่าวสาวใกล้ตัว เช่นคู่ของพี่สาวกับพี่เขยของผม หรืออีกคู่ของพี่ชายกับพี่สะใภ้ของผมนั่นบ้างไหมครับ ว่าทั้งสองคู่นั่นมีความสุขดีอยู่หรือ…ถ้าคนพวกนั้นสุขสบายก็คงไม่ได้ยินข่าวเรื่องตบตีกันบ่อยๆเป็นแน่

น่าเสียดายที่งานวิวาห์ของทั้งสองคู่แม่ได้อุตส่าห์ทุ่มเทลงไปมิใช่น้อยเลย แต่มันก็กลายเป็นงานแต่งที่ตบตาชาวบ้านแท้ๆ…

ผมไม่นึกเสียดายหรือริษยาพี่ๆทั้งสองคนหรอกครับที่ไม่มีโอกาสเข้าพิธีแต่งงาน เพราะทุกวันนี้ผมก็มีความสุขดีกับชีวิตคู่แล้ว…

แม่ครับ…ถ้าแม่จะทำใจให้เป็นกลางๆ โดยไม่แบ่งเพศถือพันธุ์ แม่จะเห็นได้ว่า ชีวิตคู่ของคนเรานั้นควรจะตั้งอยู่บนความเข้าใจ และมีความรักเป็นแกน หากจะอยู่ด้วยกันเพียงเพราะเรื่อง “กามารมณ์”เป็นสำคัญ ก็อย่าเพิ่งคิดมีคู่เสียเลยยังจะดีกว่า ยิ่งถ้ามีลูกออกมาก็จะเป็นปัญญาของสังคมเสียเปล่าๆ…

แม่ครับ…ผมกับคุณปอลมีความรักและความเข้าใจดังที่กล่าวมาข้างต้น เราใช้ชีวิตร่วมกันได้ครับ ผมรู้สึกตะขิดตะขวงใจแต่ผมก็ต้องบอกแม่ตรงๆว่าผมและเขาร่วมชีวิตกันฉันท์สามี ภรรยา ผมต้องพูดแบบนี้เพราะผมก็ยังไม่เห็นประโยคไหนๆมันจะสื่อความหมายได้แจ่มแจ้งเท่านี้อีกแล้ว…

แม่ครับ…ถึงท่อนนี้ผมรู้ว่าแม่ผมหวังในตัวผม แม่เคยฝันที่จะเห็นลูกชายคนสุดท้องคนนี้ของแม่แต่งงานมีหน้ามีตา และควรจะเลิศหรูกว่าพี่ๆทั้งสอง แม้ว่าแม่จะเสียใจ แต่แม่ก็ควรจะภูมิใจนะครับ…ว่าลูกชายของแม่คนนี้มีชีวิตคู่ที่จีรังถูกทาง  ความรักความเข้าใจเท่านั้นแหละครับที่จะประสานให้ชีวิตของผมมีความสุข โดยที่งานพิธีใดๆนั่นมันก็ไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้วครับ…

แม่ครับ…มีอีกเยอะเลยที่ผมอยากจะบอกกับแม่ แต่หน้ากระดาษนี้มันคงไม่เพียงพอ สักวันเราสองคนแม่ลูกคงได้หนุนตักคุยกันให้ละเอียดกว่านี้นะครับ…

แม่ครับ…ผมรู้ว่าแม่เป็นคนฉลาด  ถึงบรรทัดสุดท้ายนี้แล้ว แม่ก็คงจะทราบดีอยู่แล้วใช่ไหมครับ…ว่าผมเป็น…

แม่ครับ…ผมรักแม่เท่าฟ้า หวังว่าแม่ยังคงจำได้ที่ผมชอบตอบแบบนี้ตอนเป็นเด็ก เมื่อแม่ถามผมว่ารักแม่มากแค่ไหน ใช่ครับ…เพราะแม่คือนางฟ้าของผมครับ…

แม่ครับ…สุขสันต์วันเกิดครับ

                                                           

                                                                        ด้วยรักและเคารพแม่อย่างสูง

                                                                           ลูกชายคนสุดท้องของแม่